สำนักพิมพ์ รัตมาบุ๊คส์ Story Love Sweet

 
 

บำเรอรักจ้าวหัวใจทมิฬ 

โดย... แวววิวาห์

 

 

 

ตอน หนี้สิน 100%

 

หลังจากมรสุมชีวิตลูกใหญ่พัดผ่านไป ท้องฟ้าจึงปลอดโปร่ง...  ทว่าการเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง

 

แม่ของเธอที่ตกพุ่มหม้ายได้ปีเศษ พบรักกับนพพลซึ่งเป็นพ่อค้าคนกลาง รับซื้อมะพร้าวตามสวน เธอเองไม่เคยคิดขัดขวางความรักของแม่ หากแม่จะมีรักครั้งใหม่เธอเองก็ยินดี เพราะเธออยากเห็นแม่มีความสุข และไม่อยากให้แม่นอนร้องไห้เพราะคิดถึงพ่อ แต่เมื่อนพพลก้าวเข้ามาเป็นพ่อเลี้ยงของเธอเท่านั้น ปัญหาต่าง ๆ จึงเกิดขึ้น

 

นพพลเป็นผู้ชายเจ้าชู้ กะลิ้มกะเหลี่ย ติดเหล้า และให้ความสนใจในตัวเธอตั้งแต่เหยียบเข้ามาในบ้าน ตอนแรกเธอนึกว่าตัวเองอาจจะคิดไปเอง แต่พอจับได้ว่านพพลแอบดูเธอกระโจมอกอาบน้ำ จึงทำให้เธอต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ชนิดทุกฝีก้าวเลยก็ว่าได้!

 

เรื่องนี้เธอไม่เคยบอกใคร และไม่กล้าบอกให้แม่รู้ด้วย เพราะเกรงว่าแม่จะไม่สบายใจ แต่การที่เธอไม่บอกใครนี่ล่ะ จึงทำให้นพพลได้ใจ พออยู่ลับหลังผู้คน นพพลจะคอยแทะโลมและพยายามลวนลามเธอตลอด สาเหตุนี้เองเธอจึงต้องระมัดระวังตัวเอง และพยายามหลีกห่างจากผู้ชายคนนี้ตลอดเวลาหากผู้ชายคนนี้อยู่ในบ้าน

 

“เฮ้อ...”

 

ลันตาผ่อนลมหายใจออกมา ก่อนปลีกตัวไปทำงานบ้านอย่างอื่นแทน พอนพพลพ้นไปจากห้องครัวแล้วนั่นล่ะ เธอจึงเข้ามาจัดการทำกับข้าวกับปลา

 

หลังจากอิ่มท้องกับอาหารมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว ลันตาจึงมาเอนหลังพักให้ข้าวเรียงเม็ดที่โต๊ะไม้ไผ่หน้าบ้าน และตากลมเย็นเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ทว่าอยู่ๆ กลับมีรถตู้แล่นมาจอดหน้าบ้าน คนแปลกหน้าได้ตรงเข้ามาหาแม่ของเธอ ดูจากการแต่งตัวและฟังจากสำเนียงภาษา รวมถึงผู้ติดตามที่สวมชุดดำดูเหมือนบอดี้การ์ด ลันตาเชื่อว่าแขกที่มาเยือนในครั้งนี้น่ามาจากกรุงเทพ

 

พอรู้ถึง ‘ธุระ’ ที่ทำให้คนเหล่านี้ต้องเดินทางมาถึงที่นี่เท่านั้น เธอจึงรู้สึกเครียด และหนักใจกับเรื่องที่คนแปลกหน้าพามาไม่น้อย รื่นฤทธิ์สร้างหนี้สินให้ครอบครัวของเธอได้ชดใช้เป็นเงินเกือบหนึ่งแสนบาท!

 

แต่นั่นไม่ทำให้เธอเครียดเท่ากับ รื่นฤทธิ์ออกจากงานแล้วหนีไปอยู่ที่อื่น

 

“ตอนนี้ผมอยากเจอตัวนายรื่นฤทธิ์โดยเร็วที่สุด ผมต้องการเงินจำนวนนั้นคืน”

 

“เจ้ารื่นไม่กลับมาเหยียบบ้านจะปีแล้วพ่อหนุ่ม ฉันรอเจ้ารื่นกลับมาเหมือนกัน” นางชดช้อยที่ฟังอยู่นานเอ่ยปาก สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่สบายใจกับเรื่องที่คนแปลกหน้านำมาให้

 

“นี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่ดีนะครับป้า ลูกชายของป้าสร้างหนี้เอาไว้ แล้วหนีหายไป ป้าเป็นแม่ของนายรื่นฤทธิ์ก็สมควรใช้หนี้แทนลูกชายสิครับ” ชายหนุ่มหน้าตาดี แต่งกายดูสะอาดสะอ้านเอ่ยเสียงเรียบ

 

ทว่าคำพูดนั้นกลับเพิ่มความเครียดให้กับนางชดช้อยซึ่งเป็นคนคิดมากเข้าไปอีก

 

“เงินตั้งมากมายขนาดนี้ ฉันไม่มีปัญญาหามาจ่ายคืนพ่อหนุ่มหรอก ฉันไม่เคยคิดโกงใครนะ แต่ฉันเองก็ไม่ค่อยจะมี ลำพังเงินจะรักษาตัวยังแทบไม่มี ฉันยังต้องกู้มาใช้เลยพ่อคุณ”  บอกออกมาแค่นั้น น้ำตาจึงไหลลงมาเปื้อนใบหน้าที่ซูบซีดของนางชดช้อย

 

ลันตารีบเข้าไปประคองผู้เป็นแม่มานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวเก่า เพราะเกรงว่าแม่ของตนจะเป็นลมล้มพับไปเหมือนเมื่อช่วงกลางวันอีก พอจัดการหาที่นั่งให้แม่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงหันมาให้ความสนใจกับคนแปลกหน้าที่ตามมาทวงหนี้ถึงบ้าน

 

“ฉันคิดว่าคุณควรกลับไปทวงหนี้จากคนที่เอาเงินของคุณไปใช้จะดีกว่านะคะ มาทวงจากพวกเรา พวกเราไม่มีให้หรอก ก็อย่างที่แม่บอก เรามีเงินแค่พอค่ากับข้าวเท่านั้น”

 

ลันตาเอ่ยเสียงเครียด หลังจากเป็นผู้ฟังมาพักใหญ่ ดูว่าเป็นเรื่องที่ชายแปลกหน้าพวกนี้พามาให้ที่บ้าน จะเป็นเรื่องใหญ่และเครียดอยู่พอสมควร

 

“พูดแบบนี้เหมือนไม่รับผิดชอบเลยนะสาวน้อย”

 

ลันตาไม่ชอบใจกับสรรพนามที่ชายแปลกหน้าใช้เรียกเธอแม้แต่น้อย แต่เธอก็ไม่แสดงอาการอะไรออกมาให้เห็น

 

“เราสองคนแม่ลูกไม่เคยปัดความรับผิดชอบ คุณควรไปทวงกับพี่รื่นถึงจะถูก”

 

“ผมทำแบบนั้นอยู่แล้ว แต่เพราะผมหาตัวนายรื่นฤทธิ์ไม่เจอน่ะสิ ผมถึงมาไล่เบี้ยจากคนในครอบครัว หวังว่าคุณคงจะเข้าใจนะ”

 

ลันตาจนด้วยคำพูดทันที เธอรู้ว่าเจ้าหนี้มีสิทธิ์ทวงเงินจากลูกหนี้ได้ แต่การที่เจ้าหนี้มาไล่เบี้ยจากคนในครอบครัวของลูกหนี้ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ใช่เรื่องที่ถูกต้องแล้วหรือ?!

 

“ฉันเข้าใจค่ะ แต่คุณมากล่าวลอยๆ ไม่มีหลักฐานอะไรมาแสดง คุณจะให้ฉันกับแม่เอาเงินไปให้คุณงั้นเหรอคะ? คุณอาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพแอบอ้างก็ได้ ที่สำคัญฉันกับแม่ไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน”

 

คราวนี้ชายแปลกหน้ามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ซึ่งลันตาไม่ชอบสายตาของคนพวกนี้เลย เธอไม่เคยชอบใจสายตาแทะโลมของพวก   หนุ่มๆ ที่เห็นเธอเป็นของหวานแม้แต่น้อย!

 

“ผมกำลังทำความรู้จักกับครอบครัวของคุณอยู่นี่ไง”

 

“ฉันไม่อยากญาติดีกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า”

 

หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ มีสีหน้าไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที “พูดกันตรงๆ เลยดีกว่า ฉันกับแม่ไม่สามารถหาเงินร่วมแสนมาคืนให้คุณได้หรอก เราสองแม่ลูกไม่ขอรับรู้อะไรเรื่องหนี้สินที่พี่รื่นก่อเอาไว้ เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ”

 

เมื่อหมดความอดทนลันตาจึงออกปากไล่ไปตรงๆ แต่เธอกลับรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อถูกหนุ่มแปลกหน้ามองด้วยสายตากึ่งแทะโลม อีกทั้งยิ้มมุมปากชวนให้ขนลุก

 

“แต่ผมมีวิธีปลดหนี้ที่ดีมาแนะนำนะ” ผลิตโชคยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“วิธีอะไร?” หญิงสาวถามเสียงห้วน

 

“มาทำงานในบ่อนพนันของผมสักครึ่งปี รับรองว่านอกจากปลดหนี้พนันให้พี่ชายคุณได้แล้ว ดีไม่ดีคุณอาจกลายเป็นเศรษฐีขึ้นมาก็ได้”

 

ลันตาหน้าตึงขึ้นมาทันที แต่เธอก็ควบคุมความโกรธของตัวเองได้เป็นอย่างดี ซึ่งการรู้ว่ารื่นฤทธิ์สร้างหนี้จากการเล่นการพนันก็ยิ่งทำให้เธอนึกโกรธรื่นฤทธิ์มากขึ้นกว่าเดิม และเธอก็มาพาลลงกับเจ้าหนี้

 

“เชิญคุณกลับไปเถอะ ฉันไม่สนใจงานที่คุณแนะนำหรอก”

 

มีรอยยิ้มจากชายแปลกหน้าอีกครั้ง

 

“ไม่สนใจก็ไม่เป็นไร วันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง เอาเป็นว่าว่างๆ ผมจะแวะมาใหม่”

 

“ถ้าเป็นไปได้ ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก ฉันจะขอบคุณคุณมากๆ” หญิงสาวเอ่ยหน้าตาย แต่เธอกลับได้รับรอยยิ้มชวนให้ขนลุกจากชายแปลกหน้า

 

“ผมมาอีกแน่นอน”

 

ลันตาค้อนคมใส่คนพูด พอชายแปลกหน้าซึ่งมาประกาศตัวว่าเป็นเจ้าหนี้ของรื่นฤทธิ์กลับขึ้นรถตู้พร้อมกับผู้ติดตามไปแล้ว ลันตาจึงรีบพามารดาขึ้นบ้านพร้อมทั้งปิดประตูลงกลอนทันที

 

“คนพวกนั้นจะกลับมาที่นี่อีกไหมลันตา แม่ไม่สบายใจเลย”

 

“อย่าไปสนใจเลยแม่ คนพวกนี้อาจเป็นนักต้มตุ๋นก็ได้”

 

ถึงจะได้รับคำปลอบใจจากลูกสาว แต่ชดช้อยกลับไม่รู้สึกสบายใจแม้แต่น้อย ซ้ำยังรู้สึกหนักอกหนักใจและเป็นกังวลยิ่งกว่าเดิม ทั้งนี้เป็นเพราะนางห่วงใยในตัวรื่นฤทธิ์นั่นเอง

 

“แม่ปล่อยเรื่องนี้ไปโดยไม่สนใจไม่ได้หรอกลันตา กี่ครั้งแล้วที่เจ้ารื่นมันก่อเรื่อง แล้วปล่อยให้เราสองคนแม่ลูกต้องร่วมกันรับผิดชอบ เฮ้อ... แม่อยากเจอหน้าเจ้ารื่นเหลือเกิ๊น” นางชดช้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ดวงตาโศกเศร้าหม่นแสงลง เพราะรู้จักนิสัยของลูกชายเป็นอย่างดี

 

นางเลี้ยงลูกไม่ดีเอง การพะเน้าพะนอตามใจรื่นฤทธิ์ตั้งแต่เล็กจนโต และสอนให้ลูกอยู่กับความสบายจนเคยชิน จึงทำให้รื่นฤทธิ์กลายเป็นคนหัวสูง หยิบโหย่ง ทำงานหนักไม่เป็น แต่ที่สร้างความหนักใจให้นางชดช้อยมากที่สุดก็คือ รื่นฤทธิ์ติดการพนัน!

 

“ลันตาไปตามพี่รื่นที่กรุงเทพได้ไหมจ๊ะ? ลันตาพอมีเพื่อนที่กรุงเทพ ลันตาไปขอความช่วยเหลือเรื่องที่พักจากพวกเขาได้”

 

“อย่าเชียวนะลันตา เป็นผู้หญิงไปกรุงเทพตัวคนเดียวมันอันตราย แม่ไม่ไว้วางใจใครทั้งนั้น อีกอย่างเรารู้เหรอจะไปตามหาตัวเจ้ารื่นจากที่ไหน?”

 

เจอคำถามนี้เข้าไป ลันตาก็จนปัญญาที่จะตอบนางชดช้อยเช่นกัน

 

นั่นสิ เธอจะไปตามหาพี่ชายตัวแสบได้จากที่ไหน ในเมื่อพี่ชายของเธอเปลี่ยนงานและย้ายที่อยู่อาศัยเป็นว่าเล่น ที่สำคัญเธอไม่เจอหน้าพี่ชายจะร่วมปีแล้ว

 

“ลันตาก็ไม่รู้เหมือนกัน”สุดท้ายแล้วหญิงสาวก็ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้

 

“ตอนนี้แม่มีลันตาคนเดียวเท่านั้น แม่เป็นห่วงเรานะ แม่ไม่อยากให้ลันตาอยู่ไกลจากสายตาของแม่ด้วยซ้ำ”

 

หญิงสาวยิ้มชืดกับความห่วงใยของมารดาบังเกิดเกล้า “ลันตาไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะแม่ ปีนี้ลันตาอายุ 22 แล้วนะ”

 

นางชดช้อยส่ายหน้าช้าๆ “เด็กหนอเด็ก หนูจะอายุเท่าไร ในสายตาของคนเป็นแม่ หนูก็ยังเป็นเด็กในสายตาของแม่อยู่ดี”

 

หญิงสาวพยักหน้า รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาอย่างประหลาด ที่แม่เห็นเธออยู่ในสายตาบ้างแล้ว...

 

“ถ้าลันตาอายุ 70 ล่ะจ๊ะ แม่จะยังเห็นลันตาเป็นเด็กอยู่มั้ย?” หญิงสาวป้อนคำถามให้ ก่อนเอนกายลงกับพื้นแล้วหนุนตักอุ่นของนางชดช้อยต่างหมอน

 

“ถึงหนูจะอายุ 90 ถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ หนูก็ยังเป็นเด็กในสายตาของแม่อยู่ดี”

 

ลันตาหัวเราะคิกคักลืมความเครียดไปชั่วขณะหนึ่งเธอนึกภาพอนาคตอันไกลโพ้นไม่ออกเช่นกัน ว่าตอนที่เธออายุ 90 จะมีหน้าตาเป็นเช่นไร แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ก็คือ แม่ของเธอรักเธอแม้จะน้อยกว่ารื่นฤทธิ์ก็ตาม...

++++++++++++++++++

พี่ชายสร้างหนี้ไว้ แล้วทิ้งให้ที่บ้านรับผิดชอบ นางเอกต้องไปตามหาพี่ชายกลับบ้านอีก มาลุ้นกันว่านางเอกจะไปเจอกับนายหัวยังไง 

 

ตอนก่อนหน้า   หน้าหลัก   ตอนถัดไป

 

 

 
 
Online:  21
Visits:  960,248
Today:  731
PageView/Month:  20,168