สำนักพิมพ์ รัตมาบุ๊คส์ Story Love Sweet

Photobucket Photobucket
 

 

มนต์อสูรร่ายรัก โดย กุหลาบสีนิล


[michael-g-p-b-295.jpg]

 

ตอน 4 50%

 

ณ ชั้นห้องพักของโรงแรมชื่อดังในย่านใจกลางกรุง ซึ่งเป็นห้องชุดบรรยากาศในห้องค่อนข้างสลัวแยกเป็นห้องนอนสามห้อง กับอีกหนึ่งห้องนั่งเล่น ในห้องนอนใหญ่

 

เสียงหัวร่อต่อกระซิกของเจ้าของห้องที่กำลังเมามันอยู่กับเครื่องดื่มรสเลิศ พร้อมกับสาวสวยเซ็กซี่ที่เขาเพิ่งหิ้วกลับมาจากผับ ทั้งคู่นั่งกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่บนเก้าอี้โซฟา

 

เสียงเพลงคลอเบาๆบรรยากาศเป็นใจชวนให้เคลิบเคลิ้ม หญิงสาวชม้อยชายตาให้กับชายหนุ่มผู้ที่กำลังมึนเมากับสิ่งยวนใจที่อยู่ตรงหน้า

 

เธอเบียดเรือนร่างที่แทบจะไร้อาภรณ์ปกปิดแนบชิด เจ้าตัวกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ไฟราคะรุนแรงคุกรุ่น อยากจะละเลงรักให้มันหนำใจ

 

อารมณ์มันกำลังพุ่งถึงขีดสุด ราวกับเครื่องยนต์ที่กำลังร้อนจัด ยกร่างสาวขึ้น ขณะเจ้าหล่อนหัวเราะคิกๆ แบบมีจริตจะก้าน เขาพาร่างนุ่มไปวางลงบนเตียง เอนกายกำยำลงไป

 

ซุกหน้าเข้าหาความนุ่มนิ่มด้วยความเพลิดเพลินใจ แต่ทว่าพอโงหัวขึ้นมา เขากลับเห็นภาพหลอน ถึงกับชะงักค้าง ภาพใบหน้าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า

 

มันไม่ใช่คนที่เขาพากลับมา หากแต่เป็นรินรดา...

 

ชายหนุ่มกะพริบตาถี่ๆ เพื่อให้เห็นชัดขึ้น สาวเจ้าที่นอนทำนัยน์ตาปริบๆ อยู่ใต้ร่างแกร่งมองด้วยความฉงน

 

“เป็นอะไรคะ”

 

ถามอย่างสงสัย เบรย์เดนสะบัดหัวช้าๆ นี่เขาตาฝาดไปหรือ คงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เป็นเหตุ แต่กระนั้นมันก็ทำให้ความต้องการที่จะเริงสวาทกับแม่สาวคนนี้ดับวูบลงทันที

 

ผละออกมาอย่างมึนงง เขาเป็นอะไรเนี่ย เธอขยับตัวลุกขึ้นตาม

 

“ฉันทำอะไรให้คุณไม่พอใจงั้นหรือคะ”

 

“เปล่าไม่มี...”

 

ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ มือกุมหน้าผาก ความสับสนวิ่งวนอยู่ในใจ ทำไมอยู่ดีๆ ก็นึกถึงหน้าเธอขึ้นมานะ บ้าไปแล้วเบรย์เดน นี่เธอมามีอิทธิพลกับชีวิตเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ “คุณกลับไปเถอะ”

 

“ทำไมล่ะคะ? คุณอยากให้ฉันทำอะไรบอกได้นะ ฉันยินดีทำตามที่คุณต้องการโดยไม่อิดออดเลย”

 

ยื่นใบหน้าเรียวยาวเข้ามาใกล้ แตะริมฝีปากสีแดงฉูดฉาดละเลียดไปตามลำคอ สองมือสอดรอบเอวหนา เสียดสีทรวงอกอวบสล้าง แบบยั่วเย้าสุดๆ แต่กลับไม่ได้ทำให้เขาเคลิ้มตามเลย ชายหนุ่มดันร่างเธอออก ยิ้มให้นิดๆ

 

“กลับเถอะ...นะ วันนี้ผมรู้สึกเหนื่อย อยากพักผ่อน”

 

เบรย์เดนบอกปัด จากนั้นเดินไปที่ประตูเปิดออกไป เห็นไมเคิลนั่งอ่านนิตยสารอยู่

“ไมเคิล...ช่วยไปส่งหล่อนที” ชายหนุ่มสั่งเสียงเย็น

 

ไมเคิลนิ่วหน้าประหลาดใจเป็นอย่างมาก เร็วกว่าที่คิดอีกแฮะ ขณะที่เจ้าหล่อนยังทำหน้างง ไม่เข้าใจว่าตนทำผิดอะไร เขาเดินไปยังตู้เซฟที่ตั้งอยู่บนหัวเตียง หยิบเอาเงินปึกหนึ่งส่งให้ มือเรียวรับไปด้วยความพอใจ

 

เห็นจำนวนของมันถึงกับตาโต ส่งยิ้มเฉิดฉายให้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะยอมออกไปแต่โดยดี เบรย์เดนส่ายหน้าตามหลัง พวกผู้หญิงหน้าเงิน คุณก็คงเหมือนกันใช่ไหม เรณุกา

 

เช้าวันต่อมา รินรดาโทร. นัดเรณุกาออกมาปรึกษา หญิงสาวนั่งเคาะนิ้วลงไปบนโต๊ะสีขาวอย่างร้อนใจ เลยเวลานัดมาตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง ยังไม่เห็นเงาของเรณุกาเลย เธอมานั่งรอในร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวๆ บ้าน ใจครุ่นคิดกังวล

 

ผ่านไปพักหนึ่งจึงเหลือบไปเห็นหญิงสาวในชุดที่มิดชิด ใส่กางเกงยีนขายาวสีเข้ม สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวเนื้อผ้าชีฟอง ขยับแว่นตาดำอันเขื่องเพื่ออำพรางใบหน้า เดินดุ่มๆ เข้ามาหา

 

“โทษทีมาช้าไปหน่อย รถติด”

 

หญิงสาวแก้ตัวในท่าทีที่เอื่อยเฉื่อยอย่างไม่กระตือรือร้น เรณุกาสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานแบบส่งๆ ระหว่างนั่งฟังเรื่องที่รินรดาไปเจรจากับเจ้าหนี้ของตนเองให้ฟัง

 

“เขาไม่ยอมอนุโลมให้ จะเอาให้ครบจำนวนเท่านั้น ไม่งั้นจะแจ้งความ” รินรดาบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “หรือไม่ก็ไปทำงานกับเขา”

 

“งั้นเธอก็ไปสิ!” เรณุกาพูดออกมาหน้าตาเฉย ทำเอาคนฟังถึงกับอึ้ง

 

“ฉันเหรอ? ฉันทำไม่ได้หรอก เกลียดหมอนั่นอย่างกับอะไรดี ขืนให้ไปทำงานด้วย ได้อกแตกตายก่อนใช้หนี้หมดแน่” หญิงสาวส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย พอนึกถึงใบหน้ากวนประสาทของเขาพานให้นึกเคืองขึ้นมาตงิดๆ

 

“โธ่! ไมร่า ช่วยฉันหน่อยสิ แค่ช่วงเดียวเท่านั้น ฉันสัญญาจะรีบหาเงินมาคืน เธอไม่ต้องอยู่ที่นั่นนานหรอก นะ” เรณุกาทำหน้าละห้อยอย่างน่าสงสาร รินรดาที่เป็นคนใจอ่อนอยู่แล้ว อดเห็นใจไม่ได้

 

“เอ่อ...”

 

หญิงสาวอึกอักด้วยความลำบากใจ ถ้าเป็นคนอื่นเธอจะไม่ลังเลแบบนี้เลย แต่นี่เป็นนายเบรย์เดนคนนั้น คนที่เธอไม่ชอบขี้หน้า ถ้าต้องไปทนฝืนใจทำงานกับเขา คงเป็นช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดในชีวิต

 

“ทำไม! แค่นี้ช่วยไม่ได้รึไง?” เรณุกาเปลี่ยนสีหน้าเป็นแข็งกระด้างทันที

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ เพียงแต่...”

 

รินรดาหยุดคิดอย่างชั่งใจ สุดท้ายก็จำยอมรับปากแบบไม่ค่อยเต็มเสียง “ก็ได้ สัญญานะว่าเธอจะรีบหาเงินมาคืนเขาให้เร็วที่สุด”

 

“ได้! ฉันสัญญา” เรณุกายิ้มกว้างด้วยความดีใจ

 

ในตอนบ่าย รินรดากลับมาเก็บเสื้อผ้า บรรจงพับมันลงกระเป๋าอย่างไม่ค่อยเร่งรีบ ยื้อเวลาไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เธอได้ฟังประวัติเบรย์เดนอย่างคร่าวๆ จากเรณุกา

 

เหมือนว่าเขาดีเลิศ แต่ทำไมตัวจริงถึงต่างกันนักนะ เรณุกาบอกว่า เขามีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ลอนดอน ไม่มีครอบครัว มีเพียงแองเจล่าที่เป็นญาติแต่ไม่ใช่ทางสายเลือดโดยตรง

 

ฟังจากที่เรณุกาเล่าพูดซะเหมือนเป็นสุภาพบุรุษ เป็นคนอ่อนโยน จิตใจดี ดีแตกล่ะสิไม่ว่า คงจะดีกับแองเจล่าคนเดียวล่ะมั้ง ทั้งที่ตัวจริงแสนจะเอาแต่ใจ และหลงตัวเองเป็นอย่างยิ่ง แถมยังเจ้าชู้แบบสุดๆแต่ก็นั่นล่ะ หล่อนก็เล่ามาตามที่แองเจล่าเล่าให้ฟังอีกที ก็ไม่เคยเจอตัวจริง ถึงไม่รู้ว่านายคนนี้น่ากลัวขนาดไหน เวลาอยู่ใกล้ทีไรขนลุกทุกที

 

พอจัดแจงข้าวของเรียบร้อยแล้ว รินรดาก็ลากกระเป๋าออกมาที่ห้องนั่งเล่น รออยู่พักใหญ่จนลัลนากลับมา

 

เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ก่อนที่มันจะดับสนิท จากนั้นลัลนาก็เปิดประตูเข้ามา เจอรินรดานั่งกุมขมับ มองกระเป๋าเดินทางสีเงินที่วางอยู่ข้างตัวเธอ พอฟังเธอเล่าเรื่องที่ต้องไปทำงานแทนเรณุกา ก็หน้าเครียดลงทันทีด้วยความอ่อนใจ

 

“คิดดีแล้วเหรอ?” ลัลนาถามลองเชิง เพราะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเธอ

 

“ทำไงได้ ไม่มีทางเลือกนี่” เธอบอกอย่างเหนื่อยใจ ดวงตาคู่งามหลับลงด้วยความอ่อนล้า

 

“ทำไมเจ้าตัวไม่ไปทำเองล่ะ” เพื่อนสาวมองอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่เรณุกาก่อเรื่องเองแท้ๆ แต่กลับให้รินรดาที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยต้องมาชดใช้แทน

 

“เรณุกาบอกว่าจะไปหาเงินมาคืนเขา ฉันก็แค่ไปเป็นตัวประกันแทนชั่วคราว คงไม่เลวร้ายเท่าไหร่หรอกมั้ง?”

 

แต่สีหน้าและแววตามันกลับมีความไม่มั่นใจเอาซะเลย ลัลนาส่ายหน้าเหนื่อยใจแทน ช่างเป็นพี่น้องฝาแฝดที่ต่างกันเหลือเกิน เหมือนขั้วบวกกับขั้วลบ

 

“อย่าหาว่าฉันยุ่งไม่เข้าเรื่องเลยนะ แต่น้องสาวเธอคนนี้เห็นแก่ตัวจังเลย”

 

“รัน!” รินรดาร้องท้วง

 

“ก็มันจริงนี่นา เธอเอาเงินไปใช้หนี้ให้แล้วครึ่งหนึ่ง ไม่พอยังให้เธอไปทำงานใช้หนี้แทนอีก แบบนี้เอาเปรียบกันเห็นๆ ชอบเอาความเป็นพี่น้องมาข่ม เธอยอมน้องสาวมากไปรึเปล่า?” ลัลนาย่นจมูกด้วยความไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก

 

“เอาน่า ลำบากก็ต้องช่วยๆ กัน ก็แค่ระยะหนึ่งเท่านั้น พอเรณุกามีเงินมาคืนเขา ฉันก็จะเป็นอิสระ” เธอบอกอย่างมีน้ำอดน้ำทน ยกนาฬิกาข้อมือสีเงินวาวขึ้นดู “นี่ก็จะเย็นแล้ว ฉันไปล่ะ!” หญิงสาวตัดบท

 

เพราะไม่อยากให้การสนทนายืดยาวไปอีก มือเรียวคว้ากระเป๋าเดินทางใบน้อย ก่อนลากออกไปที่รถโดยมีลัลนาขับไปส่ง

 

เบรย์เดนยืนหน้านิ่งอยู่ริมระเบียงที่ยื่นออกไปเล็กน้อย มือทั้งสองข้างค้ำอยู่กับขอบระเบียง ลมโบกสะบัดค่อนข้างแรงเพราะอยู่เกือบชั้นบนสุดของตึกระฟ้าสูงหกสิบชั้น สายตาคอยแต่จ้องมองนาฬิกาข้อมือราคาเหยียบล้านปอนด์ด้วยความหงุดหงิด

 

เขารอเธอทั้งวันด้วยความกระวนกระวาย ใจหนึ่งก็กลัวว่าเธอจะไม่มาตามนัด ไม่รู้ทำไมถึงสนอกสนใจผู้หญิงคนนี้นักหนา ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่า ก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง แถมยังไม่รักศักดิ์ศรี ไอ้อาชีพที่หล่อนทำ มันไม่ต่างจากขายเรือนร่างแลกเศษเงิน ไม่คู่ควรที่จะให้เขาชำเลืองมองเสียด้วยซ้ำ

 

เขาเพิ่งเห็นปกนิตยสารที่เธอถ่ายเอาไว้ บอกตรงๆ ว่าแทบจะทนดูไม่ได้ ไร้ยางอายจริงๆ จู่ๆ ก็รู้สึกโกรธขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นรูปภาพแบบนี้ แต่เพราะเป็นเธอเลยทำให้ไม่พอใจ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เพราะจริงๆแล้วเธอจะทำอะไรมันก็เรื่องของเธอนี่นา แต่ก็นะผู้หญิงคนนี้เล่นละครตบตาเก่งจริงๆ ต่อหน้าทำเป็นไร้เดียงสา

 

เหมือนไม่จัดเจนต่อเรื่องพรรค์นี้ พอเอาเข้าจริงก็เห็นแก่เงินจนยอมเปลื้องผ้า 

++++++++++++++++

 

หนูไมร่าช่างเป็นพี่สาวที่แสนดีจริงๆ ยอมรับผิดชอบแทนน้องสาว เฮียเบรย์เดนจะทำยังไงนะพอเห็นภาพนู้ดในนิตยสาร จะจัดการกับหนูไมร่ายังไงแล้วมาลุ้นกันต่อค่ะ

 

ตอนก่อนหน้า  หน้าหลัก


 
Photobucket Photobucket
 
Online:  30
Visits:  783,288
Today:  2,262
PageView/Month:  42,533