สำนักพิมพ์ รัตมาบุ๊คส์ Story Love Sweet

 
 

 

มนต์อสูรร่ายรัก โดย กุหลาบสีนิล


       

 

 

ตอน 2 100%

 

“เฮ้! คุณทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะแจ้งความ” หญิงสาวขู่เสียงกร้าว แต่เขากลับแค่นหัวเราะเยาะใส่

 

“แจ้งก็ดี คุณจะได้ติดคุกหัวโต ข้อหาฉ้อโกงมันหนักอยู่นะ”

 

รินรดาไม่เข้าใจที่เขาพูดเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ก็ทำให้เธอใจไม่ดี หญิงสาวถูกลากขึ้นไปยังอีกชั้นหนึ่งซึ่งเป็นออฟฟิศ สำหรับหุ้นส่วนเท่านั้น    ลัลนาทำท่าจะตามไปด้วยความเป็นห่วง แต่ถูกไมเคิลขวางเอาไว้

 

“นี่มันอะไรกันเนี่ย เขาจะพาเพื่อนฉันไปไหน”

 

พลางขึ้นเสียงแบบคนอารมณ์เสีย ไม่พอใจอย่างมากที่ชายคนนั้นฉุดกระชากลากถูรินรดาไปต่อหน้าต่อตาเธอ

 

“ไม่มีอะไรหรอก แค่หุ้นส่วนเขามีเรื่องจะเคลียร์กันนิดหน่อย” ไมเคิลบอกเสียงเรียบ

 

“หุ้นส่วน...มันไม่ใช่แบบนั้นนะ”

 

ลัลนาพยายามจะอธิบายเรื่องที่พวกเขาเข้าใจผิด แต่ชายเบื้องหน้ากลับทำเสียงดุเข้ม แววตาแข็งกร้าวเป็นเชิงข่มขู่

 

“กรุณาอยู่เฉยๆ เถอะครับคุณผู้หญิง เจ้านายผมไม่ทำอะไรเธอหรอก”

 

ไมเคิลว่า พร้อมกับส่งสายตาพิฆาต ทำเอาลัลนาถึงกับหงอย หน้าเจื่อนลง รู้สึกเป็นห่วงรินรดาขึ้นมาตงิดๆ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้หน้าตาก็ดี แต่ท่าทางน่ากลัวชะมัด

 

ไม่รู้ว่าเรณุกาไปก่อเรื่องอะไรเข้า รินรดาเลยต้องมารับกรรมแทน...

 

 

ถัดมาอีกชั้น รินรดาถูกชายหนุ่มลากขึ้นมาอย่างขลุกขลัก ก่อนจะผลักเข้าไปในห้องที่มีกระจกติดฟิล์มหนาทึบรอบทิศ ถ้ามองจากด้านนอกจะไม่เห็นด้านในนี้เลย

 

แต่มองจากในห้องสามารถเห็นบรรยากาศในร้านทุกซอกทุกมุม ชะรอยว่าเขาคงเห็นเธอตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว บรรยากาศในห้องค่อนข้างสลัวชวนให้หวั่นใจ โดยเฉพาะยามนี้เธออยู่กับเขาสองต่อสอง

 

หญิงสาวถูกผลักลงไปนั่งบนเก้าอี้โซฟา มันยุบฮวบลง เธอแหงนหน้ามองชายหนุ่มเบื้องหน้า พยายามใช้มือขยับชุดแซกสั้นสีดำแนบเนื้อให้เข้าที่เพื่อที่มันจะได้ไม่เผยอะไรที่ไม่ควรจะเห็น เบรย์เดนยืนทำท่ากอดอก ดวงตาเขม่นขวางชอบกล

 

“คุณพาฉันขึ้นมาทำไม?”

 

รินรดาถามออกไปอย่างหวาดๆ ปรายตามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ ท่าทางดูเอาเรื่องของเขามันทำให้เธอหวั่นใจ ไม่รู้ชายคนนี้จะเล่นตลกอะไรกับเธออีก

 

“กล้ามากนะที่เสนอหน้ากลับมาอีก เรณุกา!” น้ำเสียงดูหมิ่นอย่างยิ่งยวด “ทำไมเงินหมดแล้วรึไง”

 

รินรดาไม่เข้าใจที่เขาพูดเลยสักนิดเดียว นี่เขากำลังพูดเรื่องอะไรของเขาเนี่ย ทำไมเธอ หรือในความคิดของเขา ทำไมเรณุกาจะไม่กล้ากลับมา

 

“รู้ไหม คุณเล่นละครได้เก่งมาก ต้องยกนิ้วให้เลย เล่นเอาผมเกือบเชื่อแน่ะ ทำเป็นเล่นตัวเหมือนว่าสูงส่งอะไรนักหนา ที่แท้ก็ผู้หญิงหน้าเงิน เกือบเนียนละ ถ้าไม่ใช่เพราะผมไปรู้วีรกรรมของคุณเข้าซะก่อน แหม! ทำเป็นเมินเงินผม เพราะอย่างนี้เองใช่ไหม ได้เงินก้อนใหญ่ไปถลุง แถมยังหน้าด้านกลับมาอีก”

 

“คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย ฉันไม่เข้าใจ”

 

เธอพยายามใช้น้ำเสียงให้ดูปกติ ทั้งที่ใจกลัวแทบตาย ชักจะทะแม่งๆ ยังไงชอบกล หรือว่าเรณุกาไปก่อเรื่องอะไรไว้ ไม่งั้นชายคนนี้จะมายืนด่าเธอปาวๆ แบบนี้ได้ไง

 

“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ เห็นแล้วมันขัดลูกตา”

 

เขาตวาดเสียงดัง ทำเอาเธอสะดุ้งโหยงสะบัดร้อนสะบัดหนาวอย่างเลี่ยงไม่ได้ “อย่ามาทำเนียนนะ คุณรู้ว่าผมหมายถึงอะไร เงินที่เอาไปเอามาคืนซะดีๆ”

 

สุ้มเสียงวางอำนาจ แววตาแข็งกร้าวแทบจะทำให้คนมองหัวใจวายตายได้ในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง รินรดาขยับตัวในท่าระแวดระวังแบบสุดๆ เพราะเขาขยับร่างเข้ามาหาทีละน้อย

 

“เงินอะไร”

 

หญิงสาวย้อนถามด้วยความฉงนสนเท่ห์ เสียงสั่นเล็กน้อยมองเขาอย่างเลิ่กลั่ก

 

“ยัง ยังไม่สำนึก ก็เงินที่คุณโกงน้องสาวผมไปไง หรืออีกนัยหนึ่งมันเป็นเงินผม เอาคืนมาซะ!”

 

น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมเป็นที่สุด รินรดาเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ตายละหว่า! นี่เรณุกาเอาเงินเขาไปเหรอเนี่ย

 

“ทะ...เท่าไหร่?”

 

“ห้าล้าน ปอนด์”

 

ชายหนุ่มเสริมเสียงแข็ง แววตามุ่งร้ายอย่างรุนแรง มองผู้หญิงที่นั่งตัวสั่นอยู่ตรงหน้าด้วยความสะใจ เป็นไงล่ะ! กลัวขึ้นมาแล้วล่ะสิ เขาคิด

 

“ห้าล้าน!”

 

รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างสุดแสน ลำพังห้าล้านบาทเธอก็แทบหมดตัว นี่ตั้งห้าล้านปอนด์ เธอจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นที่ไหนมาให้ “มากขนาดนั้นฉันไม่มีหรอก ขอเวลาหน่อยได้ไหม?”

 

เธอพยายามต่อรอง ขณะที่ชายหนุ่มเหยียดยิ้มด้วยความพอใจ แหงล่ะเธอจะไปมีได้ยังไง ก็เธอเอาไปแค่สามล้านเท่านั้น แต่อีกสองล้านเขาคิดดอก โทษฐานที่กล้าโกงเขา หรือจริงๆ แล้ว โทษฐานที่เธอกล้าประจานเขา จะเอาให้คุ้มเลย

 

“ก็ได้ สามวัน”

 

โดยยิ้มเยาะอย่างคนมีแผน แต่นั่นไม่ได้ทำให้รินรดาสบายใจขึ้นมาเลย แค่สามวันมันไม่พอที่จะหาเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้นได้หรอก

 

“สามวันมันน้อยไป เงินตั้งห้าล้าน ขอ...”

 

“ไม่ได้ ผมให้ได้เท่านี้ล่ะ ไม่งั้นได้ขึ้นศาลแน่ รับรองได้ว่าอนาคตของคุณวูบดับในชั่วพริบตา”

 

“คุณนี่มันโหดจริงๆ”

 

รินรดาแค่นเสียงลอดไรฟันด้วยความเจ็บใจ เพราะรู้ว่าเขาอนุโลมให้ได้แต่ไม่ทำ เธอรู้ว่าเขายังเจ็บใจเรื่องที่สนามบินเลยเอาเรื่องนี้มาแก้แค้นเธอ เรียวปากอิ่มเม้มแน่นด้วยความขุ่นเคืองใจ

 

“ผมจะโหดกับบางคนเท่านั้นล่ะ โดยเฉพาะกับผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายอย่างคุณ สามวันมันยังมากเกินไปเลย”

 

พร้อมกับย่างเท้าเข้ามาหา ส่งสายตาดูถูกเหยียดหยาม ตวัดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ขณะที่เธอขยับตัวลุกหนีอย่างหวาดระแวง ชายหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะ

 

“ไม่ต้องมาทำเป็นสะดีดสะดิ้งใส่ ไอ้มารยาสามร้อยเล่มเกวียนใช้กับผมไม่ได้ผลหรอก ทำเป็นสวยใสไร้เดียงสา แต่หน้าซื่อใจคด ผ่านมากี่คนแล้วล่ะ? คงจะเยอะจนนับไม่ถ้วนแล้วล่ะสิ!”

 

“มากไปแล้วนะกรุณาให้เกียรติกันหน่อย”

 

รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่านลำคอเล็กอย่างโกรธจัดที่โดนปรามาส ถึงแม้ที่เขาว่านั่นอาจจะไม่ใช่เธอ แต่ยังไงก็เป็นน้องสาวของเธอ และไอ้ที่เขากำลังดูถูกอยู่เนี่ยมันไม่ต่างจากโดนน้ำกรดสาดหน้า

 

ทำให้เธออดรู้สึกเป็นเดือดเป็นแค้นแทนไม่ได้

 

ต่อให้เรณุกามีบุคลิกแบบนั้นจริง ก็ไม่สมควรจะพูดแบบนี้ มันไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย

 

“น้อยไปสิ! เกียรติ คำนี้ผมก็มีให้เฉพาะกับบางคนเหมือนกัน แต่ผู้หญิงสำส่อนอย่างคุณ...”

 

รินรดาถึงกับควันออกหูเมื่อได้ยินคำนี้ของเขา โกรธจนเลือดขึ้นหน้า เธอง้างมือเข้าใส่อย่างลืมตัว แต่ทว่าเขาคว้ามันไว้ซะก่อน กำแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้า รู้ตัวอีกทีก็โดนดันร่างไปจนติดผนังกระจก

 

ชายหนุ่มใช้ต้นขากดกายเบื้องล่างของเธอไว้ มือข้างที่ว่างบีบคางเรียว รินรดาใช้มือซึ่งเป็นอิสระทั้งทุบทั้งตีให้เขาปล่อย แต่มันก็ไม่ทำให้กายกำยำรู้สึกสะดุ้งสะเทือนเลย

 

รอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลานั้นมันช่างเหมือนอสูรชั่วร้ายที่หลุดมาจากขุมนรก

 

“อย่ามาลองดีนะ! เพราะผมไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูง”

 

เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหนานั้นไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบ แต่กระนั้นมันก็ทำให้เธอได้ยินชัดทุกถ้อยคำ เพราะมันจ่ออยู่ที่กกหู และค่อยๆ แตะลงมาตามผิวเนื้อ

 

รู้สึกร้อนวูบราวกับถูกเผาไหม้ เธอพยายามดิ้นขลุกขลักอย่างไร้ผล

 

ชายหนุ่มกดร่างนุ่มจนแนบกับผนัง มือหนาลดต่ำลง ลูบไล้ไปตามต้นขาเรียว ก่อนจะจับมันยกขึ้นแนบกับสะโพกแกร่งภายใต้กางเกงสแลคเนื้อหนา ร่างหญิงสาวสั่นสะท้าน เริ่มหายใจติดขัด

 

“ปะ...ปล่อยฉันนะ”

 

เค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ใจมันหวาดกลัวสุดขีด เธอกำลังโดนเขาลวนลามอีกแล้ว ตาคู่งามหลับปี๋ ระหว่างที่วงหน้าคมยังคงซุกไซ้อยู่กับเนินอกอวบอิ่มของเธอ

 

ลมหายใจร้อนผ่าวของเขามันทำให้เธอเกิดอาการหวิวไหวภายในช่องท้อง ราวกับมีผีเสื้อบินวนอยู่หลายสิบตัว ขณะที่เขากำลังเพลินอยู่กับเรือนร่างอรชรตรงหน้า แทบไม่อยากละจากผิวนุ่มเลย

 

กลิ่นกายหอมกรุ่นของหญิงสาวมันทำเขาเกือบขาดสติ สูดกลิ่นเนื้อนวลนุ่มนิ่มเย้ายวนใจ มันช่างหอมเหลือเกิน พลางไล้ริมฝีปากไปตามผิวเนียนเรียบดุจแพรไหมเนื้อดี

 

โดยปลุกเร้าความรุมร้อนให้กับกายเบื้องล่างอย่างง่ายดาย แต่ก่อนที่ใจจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลจนกู่ไม่กลับนั้น เขาจำเป็นต้องถอนตัวออกมา เพราะร่างของเธอสั่นราวกับลูกนก มองใบหน้านวลที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ จู่ๆ ก็ใจอ่อนขึ้นมา

 

ทำไม่ลง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เบรย์เดนผละออกมาอย่างไม่เต็มใจ

 

“สามวัน...ห้ามเบี้ยว ห้ามหนี ไม่งั้นเจอดี”

 

คนร่างใหญ่บอกเสียงแข็ง พอเขายอมปล่อยเธอ รินรดาก็รีบเร่งออกไปจากห้องทันที เพราะกลัวเขาจะเปลี่ยนใจ

 

หญิงสาวก้าวเท้าลงบันไดด้วยความรีบร้อน จนเกือบพลัดตกบันได ใจยังเต้นแรงไม่หาย มันสั่นสะท้านจนแทบควบคุมไม่อยู่ สองครั้งแล้วที่โดนผู้ชายคนนั้นลวนลาม เกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในใจ นึกถึงสัมผัสนั้นของเขา มันหวิวๆ ยังไงไม่รู้ ไม่ชอบเลยความรู้สึกแบบนี้

 

รีบกลับไปหาลัลนาที่นั่งรออยู่ที่เคาน์เตอร์อย่างกังวล พอเห็นหน้าเธอ ก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

 

“ไมร่า... เขาทำอะไรเธอรึเปล่า?”

 

ลัลนารีบถามทันทีด้วยความเป็นห่วง แต่เธอไม่มีเวลาตอบเพราะอยากออกไปจากที่นี่เต็มแก่ ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งรู้สึกขนลุก ไม่รู้เป็นเพราะสถานที่ หรือเป็นเพราะคนกันแน่ เธอลากลัลนาออกมาอย่างด่วนจี๋


++++++++++++++

เฮียเบรย์เดนหล่อขนาดนี้ ไมร่าไม่กล้าเบี้ยวหรอกค่ะ จะมาอย่างตรงนัดเลยค่ะ อ้าว นึกว่าตัวเองเป็นหนูไมร่า แบบว่าแพ้คนหล่อค่ะ เลยใจอ่อนง่าย สาวๆ คนอื่นก็คงตอบเหมือนกันใช่ไหม 

 

ตอนก่อนหน้า    หน้าหลัก   ตอนต่อไป

 
 
 
Online:  36
Visits:  884,580
Today:  1,291
PageView/Month:  26,753