สำนักพิมพ์ รัตมาบุ๊คส์ Story Love Sweet

 
 

 

มนต์อสูรร่ายรัก  โดย กุหลาบสีนิล

 Photobucket

 

ตอน 1 100%


เธอคิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจ ค่อยๆ ดันร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มช้าๆ เพราะมัวหลงเคลิบเคลิ้มกับรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ของเธอ มันช่างยวนใจเสียนี่กระไร

 

จนไม่รู้ตัวเลยว่าถูกเธอดันกลับไปหากลุ่มคนที่กำลังยืนรอรถอยู่ทางด้านหน้า รู้ตัวอีกทีก็โดนผลักจนเซ ชายหนุ่มมองหน้าเธออย่างไม่เข้าใจ ปฏิกิริยาเมื่อครู่เปลี่ยนไป รอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าสวยกลายเป็นมุ่งร้ายไปในทันที

 

และยิ่งไปกว่านั้น เธอทำในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง โดยการปรบมือเสียงดังสองสามที ทำให้ผู้คนแถวนั้นหันมามองทั้งคู่เป็นตาเดียวกัน เรียวปากสีแดงเชอร์รี่เหยียดออกเล็กน้อย

 

“ขออภัยที่รบกวนเวลาอันมีค่าของทุกท่าน นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิด แต่กลับไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอคนที่น่ารังเกียจ ผู้ชายคนนี้ที่ถือดีว่าตัวเองมีเงิน กลับหยามเกียรติด้วยการใช้มันฟาดหัวฉันช่างเป็นคนที่น่าสมเพชอย่างมาก”

 

รินรดาพูดเสียงดังฟังชัดทำให้พวกคนที่ยืนออกันอยู่ยังด้านหน้าพร้อมใจกันมองเขาเป็นทางเดียว มิหนำซ้ำยังยกมือป้องปากกระซิบด้วย มันทำให้เขาอับอายอย่างเหลือแสน แทบอยากจะทำตัวให้กลืนหายไปกับกำแพงซะเดี๋ยวนี้

 

“นี่คุณทำอะไร?”

 

เบรย์เดนแค่นเสียงลอดไรฟัน เรียวปากหยักเม้มแน่นอย่างโกรธจัดที่โดนประจานต่อหน้าสาธารณชน ใบหน้าแดงก่ำจนคล้ายกับกำลังลุกไหม้ด้วยโทสะที่พลุ่งพล่าน แต่เธอกลับไม่สนใจ ยังกล่าวอย่างคะนองปาก ยิ่งเขาอับอายเท่าไหร่เธอยิ่งพอใจ ให้เขารู้สำนึกเสียบ้างว่าการถูกดูหมิ่นเหยียดหยามมันเป็นยังไง

 

“คุณรู้ไหมว่าฉันไม่เคยเจอใครที่น่ารังเกียจเท่าคุณมาก่อนเลย รู้จักไหมคำว่าสุภาพบุรุษน่ะ หน้าตาก็ดี แต่จิตใจกลับสกปรกสิ้นดีเลย”

 

รินรดาใช้น้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางเป็นที่สุด ทำราวกับเขาเป็นเชื้อโรคที่น่าขยะแขยง เบรย์เดนแทบอยากเข้าไปหักคอเธอนักเชียวถ้าไม่ใช่เพราะมีคนนับสิบยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่ ฝ่ามือกำแน่น เขาจ้องเธอเขม็งด้วยความแค้นใจเพราะทำอะไรไม่ได้ วิธีแก้เผ็ดของเธอมันแสบสันดีจริง

 

“เราได้เจอกันอีกแน่...”

 

ชายหนุ่มกล่าวทิ้งท้ายอย่างอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ใกล้ๆ โดยมีลูกน้องคนสนิทวิ่งตามหลังอย่างรีบร้อน หญิงสาวหัวเราะเยาะตามหลัง

 

“หึ...โธ่เอ๊ย! นึกว่าแน่”

 

รินรดาใช้สองมือเท้าสะเอว เหยียดยิ้มด้วยความสะใจ เป็นไง? เจ็บดีไหมล่ะ คงเข็ดไปอีกนานเลยสิ หญิงสาวนึกกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างชอบใจ     ลัลนาที่มาไม่ทันเห็นฉากเด็ดตรงปรี่มาหา มองเห็นพวกไทยมุงที่กำลังแยกย้ายกันออกไป พลางนิ่วหน้าอย่างนึกสงสัย

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

“ไม่มีอะไร ก็แค่คนตาถั่ว อย่าไปสนใจเลย”

 

เธอว่าอย่างอารมณ์ดีที่ได้แกล้งคน เดินฮัมเพลงเบาๆ กลับไปเอากระเป๋าที่วางทิ้งไว้อยู่บนพื้น ก่อนจะเดินตามลัลนาที่ยังมีสีหน้าสงสัยกลับไปที่รถ

 

ณ โรงแรมสุดหรูในยามค่ำคืน เบรย์เดนฟาดงวงฟาดงาด้วยความโมโหสุดขีด กับความอัปยศครั้งร้ายแรงที่สุด ไม่เคยอับอายขายขี้หน้าขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต หล่อนกล้าดียังไงถึงกล้าประจานเขาแบบไม่ไว้หน้า มันน่าแค้นใจนัก

 

เจ็บใจสุดๆ ก่อนจะหันไปหาบ่างช่างยุที่ยืนสยองอยู่ใกล้ๆ โดยทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาตัวยาวบุนวมอย่างดีแบบคนอารมณ์เสีย

 

“ไหนว่าง่ายไง? แล้วทำไมมันเป็นแบบนี้”

 

ชายหนุ่มตวาดใส่เสียงดังลั่น เพราะไอ้นี่คนเดียวเลย ทำให้เขาต้องถูกยัยนั่นตลบหลังซะแสบทรวง

 

“คือ...ขอประทานโทษครับ ผมไม่คิดว่าเธอจะเล่นตัวขนาดนี้”

 

ไมเคิลบอกเสียงอ่อย เขายกมือเกาหัวที่มีเส้นผมหยิกหย็องแบบไม่ตั้งใจ ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เพราะเท่าที่เขาได้ยินกิตติศัพท์เธอมามันไม่ใช่แบบนี้นี่นา แม้อีกฝ่ายจะไม่ใช่ดาราดังอะไร

 

แต่เพราะเขาเป็นคนอ่านหนังสือจำพวกนี้อยู่แล้ว ทำให้เคยเห็นเธอตามหน้านิตยสารอยู่บ่อยๆแถมยังมีข่าวทำนองนี้ออกมาหลายครั้ง เปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้า

 

“แบบนี้ไม่เรียกว่าเล่นตัวหรอก อย่าให้ถึงทีฉันมั่งก็แล้วกัน จะเอาให้แสบสันสะท้านทรวงยิ่งกว่านี้อีก”

 

เขาขบกรามแน่นด้วยความเคียดแค้น ที่จริงมันจะไม่เป็นแบบนี้เลยถ้าเขารู้จักข่มใจเสียบ้าง แต่ไม่รู้เป็นไงพอเห็นสาวสวยทีไร สัญชาตญาณ   คาสโนว่าเป็นออกลายทุกทีเลยสิน่า

 

ยิ่งเป็นแบบนี้เขายิ่งอยากเอาชนะให้ได้

 

ไม่เคยแพ้ให้กับใครมาก่อน โดยเฉพาะผู้หญิงตัวเล็กๆ อ้อนแอ้นอรชรบอบบางแบบนั้นด้วยแล้ว วันนี้เธออาจชนะ แต่เชื่อเถอะว่า โชคต้องเข้าข้างเขาสักวัน มันไม่จบแค่นี้แน่

 

การมาเมืองไทยครั้งนี้กะว่าจะมาเยี่ยม ‘แองเจล่า’น้องสาวต่างสายเลือด เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อเขาที่เสียไปนานแล้ว ทั้งคู่สนิทกันราวกับพี่น้องแท้ๆ ช่วงก่อนเธอมาชวนเขาร่วมลงหุ้นเปิดผับแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กับเพื่อนคนหนึ่ง

 

เขาไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของเพื่อนคนนั้นของหล่อนหรอก แต่เห็นว่าเป็นน้องสาวเลยไม่ขัด นี่ก็เป็นครั้งแรกที่จะมาดูสถานที่ ปกติแล้วเขาไม่มายุ่มย่าม ปล่อยให้หล่อนจัดการเองทั้งหมด ระหว่างที่เขากำลังนั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่กับสาวสวยที่ทำเขาเจ็บแสบอยู่นั้น

 

จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมสาวร่างบางหน้าตาแฉล้มร้องห่มร้องไห้เดินเข้ามา ทำเอาเขาลืมเรื่องขุ่นเคืองใจไปแวบหนึ่ง

 

“ฮือๆ พี่เบรย์เดน พี่ต้องช่วยฉันนะ”

 

หล่อนว่าพร้อมกับหลับหูหลับตาร้องไห้ จนพูดแทบไม่รู้เรื่อง ส่งเสียงกระซิกๆ ซบหน้าอยู่กับไหล่ของเขา

 

“ใจเย็นๆ ก่อนแองจี้...มีอะไร?”

 

เขาถามเสียงนุ่ม น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยตามประสาพี่ชายที่แสนดี เขาต้องปลอบอยู่นานกว่าแองเจล่าจะหยุดร้อง ฝ่ามือหนาตบหลังเธอเบาๆ แต่อีกฝ่ายยังสะอื้นเป็นพักๆ พูดทั้งน้ำตาต่อไป

 

“ก็ยัยเรณุกาเพื่อนทรยศนะสิ! หล่อนหอบเงินที่จะเอามาลงทุนขยายร้านหนีหายไปแล้ว  ฮือๆ ฉันไม่คิดเลยว่าหล่อนจะกล้าทำแบบนี้กับฉัน ฮือๆ เห็นเป็นเพื่อนสนิทกัน ฉันเลยไว้ใจ ที่ไหนได้หล่อนกลับหักหลังฉัน”

 

พูดเสียงฟุดฟิดขึ้นจมูกคล้ายคนเป็นหวัด ดวงตาแดงก่ำหยาดน้ำเกาะพราวไปทั่วใบหน้า ขณะที่เบรย์เดนยื่นกระดาษทิชชูให้ นั่งฟังหน้านิ่งไม่รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนเท่าไหร่นัก

 

เพราะเงินจำนวนนั้นสำหรับเขาแล้วมันไม่ได้มากมายเท่าไหร่

 

“เอาน่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เงินแค่นั้นอย่าไปเสียดายเลย”เขาบอกอย่างปลอบใจ

 

“ไม่ได้นะเงินนั่นเป็นของพี่ อยู่ดีๆ ยัยนั่นมาเชิดไปแบบนี้ ฉันไม่ยอม”

 

แองเจล่าว่าเสียงกร้าว ความโกรธแค้นพุ่งขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงเพื่อนสาวจอมทรยศ ที่เจ็บใจไปกว่านั้นก็คือ หล่อนหนีไปกับแฟนหนุ่มของเธอด้วยนี่สิ

 

มันแค้นจนแทบกระอักเลือด เสียแรงที่อุตส่าห์หลงไว้ใจคนผิด หญิงก็ชั่ว ชายก็เลว

 

“แล้วจะให้พี่ทำยังไง?” เขาถามเสียงเนือยๆ แบบไม่กระตือรือร้น

 

“พี่ตามเอาเงินคืนมาได้ไหม? คนของพี่ออกเยอะแยะ”

 

แองเจล่าถามอย่างมีความหวัง ไม่ว่ายังไงเธอก็จะเอาคืนคนทรยศสองคนนั่นให้สาสม กล้าหักหลังเธอแบบนี้อย่าหวังเลยว่าจะรอดไปได้ เบรย์เดนลอบถอนใจ

 

“พี่มีคนเยอะก็จริง แต่นี่ไม่ใช่ถิ่นเรา แถมหน้าตาก็ไม่เคยเห็น แล้วจะตามยังไง?  พี่ว่าเรากลับไปอยู่อังกฤษกับแม่ดีไหม? อาลูซี่ถามหาเธออยู่บ่อยๆ กลับไปเยี่ยมแม่บ้างก็ดีนะ”

 

“ไม่เอา! ฉันไม่กลับ ตราบใดที่ยังไม่ได้แก้แค้นสองคนนั่น...”

 

เธอเผลอหลุดปากออกมา เพราะเบรย์เดนยังไม่รู้ว่าหญิงสาวมีแฟนหนุ่ม แถมยังเอาเงินไปปรนเปรอไอ้แมงดาคนนั้นจนแทบจะหมดตัว ชายหนุ่มหรี่ตาลงทันที

 

“คือฉันหมายถึงว่า...ถ้าไม่ได้เงินคืนฉันจะไม่ยอมกลับ”

 

“เอางี้ก็แล้วกันเธอกลับไปก่อน ส่วนเรื่องทางนี้พี่จะจัดการเอง ตกลงไหม?”

ชายหนุ่มพยายามเกลี้ยกล่อมเธอ เพราะรับปากกับมารดาของอีกฝ่ายไว้ว่าให้เอาเธอกลับประเทศให้ได้

 

“จริงนะ!”หญิงสาวถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

 

“จริง ว่าแต่เธอมีรูปเพื่อนคนนั้นไหม จะให้ตามหาทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าก็ยังไงอยู่”

 

“มีค่ะ เดี๋ยวนะคะ”

เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือใบเขื่อง ควานหาโทรศัพท์อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะดึงมันออกมา กดหาอยู่อึดใจ จากนั้นก็ส่งให้เขาดู พอได้เห็นเท่านั้นแหละ ชายหนุ่มถึงกับแค่นเสียงหัวเราะออกมาจ้องรูปถ่ายอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

 

“อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น”

 

พึมพำอย่างนึกขัน มองรูปหญิงสาวในโทรศัพท์มือถือ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะเป็นคนคนเดียวกับที่เขาเจอที่สนามบิน แถมยังเล่นงานตนเองจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี ในที่สุดโชคก็เข้าข้างเขาเสียที

 

“เนี่ยเหรอเพื่อนเธอที่ว่า”

 

“ใช่! ยัยนี่แหละตัวแสบ”

 

ใช่! แสบจริงๆ แสบราวกับน้ำกรด ชายหนุ่มคิด

+++++++++++++++

เอาตอนต่อไปมาแปะให้อ่านต่อค่ะ นางเอกก็แสบ พระเอกก็เจ้าเล่ห์ ช่างเหมาะสมกันจริงๆ เล้ย

 

ตอนก่อนหน้า  ตอนต่อไป

 

 
 
 
Online:  24
Visits:  960,255
Today:  738
PageView/Month:  20,175