สำนักพิมพ์ รัตมาบุ๊คส์ Story Love Sweet

ผู้เขียน : tonkhowรัตมา   หัวข้อ : ตอน 4 เอาคืนอ่าน 391 / ความคิดเห็น 0
รูปประจำตัว
tonkhowรัตมา
  • 150 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 24 เมษายน 2556
รูปไอคอน
หัวข้อ : ตอน 4 เอาคืน
5/11/2559 9:53:00

 

 

หลังจากที่ไปศาลเจ้ากับมารดาแล้ว หลันหมิงเอ๋อก็ไปหาเถ่าเถา กระต่ายตัวน้อยที่เธอเก็บมาเลี้ยง และไม่ลืมที่จะเอาอาหารไปให้มันด้วยระหว่างที่เดินไปยังตลาดอี้เจียง โดยไม่รู้เลยว่าตนเองตกเป็นเป้าหมายของคุณชายผู้หนึ่ง อีกฝ่ายที่เห็นเธอก็อุทานออกมา

“นางฟ้า”

“คุณชายพูดถึงนางฟ้าที่ไหนกัน” คนใช้หนุ่มได้ยินที่เจ้านายเอ่ยก็แสดงความสงสัย

“นั่นไงล่ะนางฟ้าของข้า” พร้อมกับใช้ปลายนิ้วชี้ไปยังร่างเล็กที่อยู่ในชุดสีฟ้าดูสดใส ใบหน้ากระจ่างไปด้วยรอยยิ้มขณะที่ยืนเลือกซื้อผักกับลูกพลับ

“แม่นางดูเหมาะสมกับคุณชายลั่วอย่างมาก”

“ข้าจะเข้าไปจีบแม่นางฟ้าของข้า” เพียงเอ่ยจบลั่วกุ้ยเหรินก็เดินเข้าไปหาหญิงสาวที่หมายตาไว้ทันที

“ข้าดีใจจังเลยที่วันนี้ได้มาตลาด ได้เจอนางที่ถูกตาข้าอย่างมาก” หลันหมิงเอ๋อก็ทำเป็นไม่ใส่ใจดังเดิม พลางใช้มือหยิบเงินออกมาจ่ายให้กับพ่อค้า

“นี่ค่าลูกพลับ”

“ข้าจะจ่ายให้เอง” พร้อมกับที่มีมือหนึ่งยื่นมายังเบื้องหน้าของด้วย หลันหมิงเอ๋อเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับผู้ชายสองคน

“ข้ามีเงินจ่ายเอง คงไม่ต้องให้ใครมาจ่ายหรอก” ตอบปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

“ข้ายินดีที่จะจ่ายให้คุณหนู”

“เจ้าอยากจ่ายค่าผลไม้ให้ข้าอย่างนั้นเหรอ”  พลางย้อนถามกลับไปอย่างนัยน์ตาที่แสดงความเจ้าเล่ห์ออกมา

“ใช่เลยแม่นาง”

“งั้นข้าขอซื้อลูกพลับอีกเยอะๆ เลย เจ้าจะจ่ายไหวเหรอ”

“ระดับคุณชายลั่วกุ้ยเหรินแล้วล่ะก็ แค่ไหนก็มีจ่ายอยู่แล้ว” ตอบด้วยอาการอวดคุย

“คุณชายลั่วกุ้ยเหรออย่างนั้นเหรอ ชื่อคุ้นๆ นะ” คิ้วเรียวของหลันหมิงเอ๋อขมวดเข้ามาชนกันมุ่นทีเดียว

“นั่นสิคะคุณหนูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน” ระหว่างนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาให้เธอได้จดจำถึงมันได้

พวกนักเลงหัวไม้ที่ทำร้ายเจ้าเป็นใครเหรอ”

คุณชายลั่วกุ้ยเหรินให้คนทำร้ายพี่ชายของข้า แค่เพียงพี่ชายข้าเดินสะดุดและทำน้ำชาหกใส่

“ข้าจำได้แล้วล่ะ ว่าเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหน ก็นักเลงหัวไม้ที่ทำร้ายคนพิการไงล่ะเยี่ยชุน”

“จริงด้วย ข้าจำได้แล้ว”

“ดีเลยถ้าคุณชายลั่วคนนี้มาติดใจข้า ข้าจะได้แก้แค้นคืนให้กับพี่น้องสองคนนั้นได้”

“คุณหนูจะแก้แค้นยังไง” สาวใช้สอบถามด้วยความสงสัย พลางกระซิบไปยังใบหูของอีกฝ่ายถึงแผนการที่ได้คิดไว้ พอได้ยินก็ยิ้มอย่างชอบใจ เอ่ยด้วยคำพูดสนับสนุน

“เป็นแผนการที่ดีมากเลยคุณหนู”

“ข้ารู้สึกยินดีที่ได้เจอกับคุณชายลั่วที่หล่อเหลาอย่างมาก” นางเอ่ยชมเชยอีกฝ่าย ทั้งที่ในใจไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยสักนิด

“ไม่ทราบแม่นางมีชื่อว่าอะไร” ชายหนุ่มเบื้องหน้าสอบถามกลับมา

“ข้าชื่อหลันหมิงเอ๋อ” บอกให้อีกฝ่ายได้รับรู้

“หลันหมิงเอ๋อ ชื่อไพเราะเหมาะกับหน้าตาอย่างมาก

“คุณชายลั่วกุ้ยเหรินก็ชื่อเหมาะกับใบหน้าเช่นเดียวกัน” พร้อมกับส่งรอยยิ้มยั่วให้อีกฝ่ายด้วย ทั้งที่มารดาสั่งสอนไว้ว่าห้ามทอดสะพานให้กับผู้ชาย แต่นางก็ขัดคำสั่ง “ข้าต้องขอบคุณคุณชายลั่วสำหรับลูกพลับด้วย ถ้ามีโอกาสเราคงได้พบกันอีก วันนี้ข้าต้องขอตัวก่อน” แล้วแม่นางก็เดินออกไปจากตลาดพร้อมกับสาวใช้

“เจ้าไปสืบมาว่าแม่นางหลันหมิงเอ๋อ เป็นบุตรสาวของผู้ใด” พลางสั่งการกับคนใช้ที่สนิท

“ได้ขอรับคุณชายกุ้ยเหริน”

เมื่อไปถึงบ้านของท่านอาจางไป่ซาน นางก็อุ้มเจ้ากระต่ายตัวน้อยขึ้นมาแนบอก พร้อมกับใช้ใบหน้าถูไถกับหัวของมันด้วยความเอ็นดูอย่างมากมาย

“เถ่าเถา ข้าคิดถึงเจ้าจังเลย”

               “นี่คุณหนูคงไม่ได้โดดเรียนอีกใช่ไหมขอรับ” ฉางลั่วเหยาถามอย่างคาดการณ์

               “ข้าก็อยากโดดเรียนหรอกนะ แต่ท่านแม่น่ะสิ ครั้งก่อนจับได้ว่าข้าโดดเรียน ก็เลยสั่งกักบริเวณข้าสามวัน ท่านแม่บอกว่าถ้าข้าไม่หนีเรียน ข้าจะมาหาเถ่าเถาตอนไหนก็ได้” มือเรียวทำการป้อนผักให้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างเอาใจ

โดยเจ้ากระต่ายตัวน้อยก็กินผักอย่างชื่นชอบ นางก็บอกอย่างหยอกเย้า

“ไม่ต้องรีบกิน ข้าซื้อมาให้เยอะเลยล่ะ”

ฉางลั่วเหยามองเห็นลูกพลับหลายผลจึงสอบถามด้วยสีหน้าอยากรู้ เพราะมันดูมากเกินผิดปกติ

“ทำไมคุณหนูถึงซื้อลูกพลับมาหลายผลจัง”

“ข้าไม่ได้ซื้อ มีคนซื้อให้ข้าต่างหากล่ะ”

“อยากรู้ไหมว่าใครซื้อผลไม้ทั้งหมดให้คุณหนูน่ะ” เยี่ยชุนสอบถามอีกฝ่ายออกมา

“ใครกันเหรอคุณหนู”

“คุณชายลั่วกุ้ยเหรินไงล่ะ นักเลงโตที่ทำร้ายคนพิการเป็นคนซื้อให้ข้า”

“เป็นโชคดีนะที่คุณชายนักเลงนั่นมาติดใจคุณหนู คุณหนูก็เลยตั้งใจที่จะเอาคืนให้กับสองพี่น้องนั่น” เยี่ยชุนบอกถึงความคิดของเจ้านายสาว

“แล้วคุณหนูจะเอาคืนคุณชายลั่วยังไง” ยังตามความคิดของอีกฝ่ายไม่ทัน ดวงตากลมเป็นประกายเมื่อนึกถึงแผนที่จะเอาคืนอีกฝ่าย

“ข้าเห็นหลุมดักสัตว์ที่ชายป่า ข้าจะหลอกให้ทั้งสองคนหล่นลงไปในนั้น จะได้ดัดนิสัยให้เลิกรังแกคนอื่น”  รอยยิ้มปรากฏยังวงหน้านวลอย่างชื่นชอบ

 

“ว่าไง รู้รึยังว่านางฟ้าของข้าเป็นใคร” ลั่วกุ้ยเหรินสอบถามคนสนิทของตนเองด้วยน้ำเสียงอยากรู้แบบเร่งร้อน ช่างไม่รู้เลยว่านางฟ้าที่เข้าใจนั้นแท้จริงเป็นนางมารต่างหาก

“แม่นางหลันหมิงเอ๋อ เป็นลูกสาวของเสนาบดีหลันเย่าเถียนขอรับ” เพียงรับรู้ว่าแม่นางที่ตนเองหมายตาไว้เป็นบุตรสาวของผู้ใดก็ยิ้มด้วยน้ำเสียงยินดี

“เป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีหลันเย่าเถียนอย่างนั้นเหรอ ดีเลยท่านพ่อของข้ารู้จักกับเสนาบดีหลันเย่าเถียน ข้าจะให้ท่านพ่อของข้าไปสู่ขอทาบทามนางให้กับข้า” นั่นเพราะว่าบิดาของตนเองก็ทำงานอยู่ในวังเช่นเดียวกัน

“จะให้ท่านพ่อไปสู่ขอใครให้เจ้าอย่างนั้นเหรอกุ้ยเหริน” ฮูหยินฟงที่เดินผ่านมายังสวนสวยด้านนอกของบ้านสกุลลั่วสอบถามด้วยสีหน้าอยากรู้

“คุณหนูหลันหมิงเอ๋อ บุตรสาวของท่านเสนาบดีหลันเย่าเถียนขอรับท่านแม่”

“เจ้าไปรู้จักมักจี่กับบุตรสาวท่านเสนาบดีเย่าเถียนได้ยังไงกัน” มารดาซักไซ้อย่างสงสัย นั่นเพราะลูกชายไม่เคยพูดถึงมาก่อนเลย

“ข้าได้เจอกับแม่นางหลันหมิงเอ๋อที่ตลาดอี้เจียง ข้าถูกใจนางในทันทีที่ได้เห็น” เอ่ยด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่แสดงความพร่ำเพ้อ

“แล้วแม่นางหลันหมิงเอ๋อถูกใจเจ้ารึเปล่า”

“แม่นางหลันหมิงเอ๋อก็ดูที่จะถูกใจข้าอยู่เหมือนกัน เพราะยิ้มและยอมพูดคุยกับข้าด้วย” เพียงได้ยินก็ทำให้ฮูหยินแห่งสกุลลั่วยิ้มอย่างยินดี

“ถ้าเจ้าได้แต่งงานกับคุณหนูหลันหมิงเอ๋อ ข้าจะดีใจมากๆ เพราะเสนาบดีหลันเย่าเถียนเป็นที่รู้จักในพระราชวังอย่างมาก” เมื่อลูกชายเลือกว่าที่สะใภ้ได้ถูกใจ คนเป็นแม่ก็ยินดีที่จะสนับสนุน

“ข้าจะพยายามทำให้คุณหนูหลันหมิงเอ๋อ แต่งงานกับข้าให้ได้ท่านแม่” เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แสดงความมุ่งมั่นอย่างมาก โดยไม่รู้เลยว่าคุณหนูตัวร้ายกำลังคิดวางแผนเอาคืนตัวเองอยู่

ซึ่งลั่วกุ้ยเหรินก็ใช้วิธีเดียวกันกับคุณชายจางเล่ยหยางที่ส่งคนใช้ไปสอบถามสาวใช้ของหลันหมิงเอ๋อ เยี่ยชุนที่เห็นอีกฝ่ายทำท่าทางลับๆ ล่อๆ จึงเดินออกไปถาม

“เจ้าเป็นคนใช้ของคุณชายลั่วกุ้ยเหรินนี่นา”

“ใช่แล้วแม่นาง” อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับ

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่กัน” สอบถามกลับด้วยน้ำเสียงสงสัย

“ข้าอยากรู้คุณหนูของเจ้าจะไปตลาดอี้เจียงอีกเมื่อไร”

“อีกสามวันคุณหนูของข้าจะไปที่ตลาดอี้เจียง” เยี่ยชุนรีบบอกออกไปทันทีหลังจากนั้น เพียงรับรู้อีกฝ่ายก็ยิ้มอย่างยินดี

“คุณชายลั่วของข้าจะได้ไปดักรอคุณหนูของเจ้า เจ้ารู้รึเปล่าว่าคุณหนูของเจ้าพอจะมีใจให้กับคุณชายของข้ารึเปล่า” เขาว่าสาวใช้มักจะรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเจ้านาย รวมทั้งความรู้สึกด้วยว่าคิดอะไร

“ก็น่าจะมีใจให้ ไม่อย่างนั้นคุณหนูของข้าคงไม่ยอมคุยกับคุณชายของเจ้าหรอก” เยี่ยชุนหลอกให้อีกฝ่ายมีความหวังเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อจะได้เอาคืนอีกฝ่ายได้ตามแผนที่คุณหนูได้คิดไว้

“แบบนี้คุณชายของข้าคงจะดีใจมากทีเดียว ที่รู้ว่าคุณหนูของเจ้าก็มีใจให้เช่นกัน ถ้าอย่างนั้นข้าไม่รบกวนแม่นางแล้วล่ะ ข้าจะรีบกลับไปรายงานให้คุณชายของข้าทราบ” เพียงเอ่ยลาเสร็จก็รีบเดินไปทันที เยี่ยชุนจึงเดินเข้าไปยังด้านในเพื่อรายงานให้เจ้านายสาวได้ทราบ

ซึ่งเวลานี้อีกฝ่ายกำลังเล่นดนตรีกู่เจิ้งอยู่ ตั้งแต่ที่มารดาบอกว่าหากหนีเรียนจะไม่ยอมให้ไปบ้านของท่านอาฟ่งซาน แล้วก็จะไม่ได้ไปหาเถ่าเถาด้วย ทำให้คุณหนูตัวร้ายไม่เคยคิดที่จะโดดเรียนอีก และตั้งใจเรียนเป็นอย่างดี แม้ว่าคุณหนูจะไม่ชื่นชอบ แต่เมื่อตั้งใจแล้วคุณหนูแห่งสกุลหลันก็ทำได้ดีทีเดียว

“คุณหนูหมิงเอ๋อเมื่อครู่คนสนิทของคุณชายลั่วมาสอบถามข้า”

“ว่าข้าจะไปตลาดอี้เจียงอีกเมื่อไรใช่ไหม” เอ่ยด้วยน้ำเสียงคาดการณ์ออกมา

“ใช่เลยคุณหนู” เพียงได้ยินก็ยิ้มอย่างชื่นชอบที่เป็นตามที่ตนเองคาดเดาไว้ไม่มีผิด

“ข้ากะไว้แล้วเชียว ว่าคุณชายนักเลงจะต้องให้คนมาสอบถาม” เพราะส่วนใหญ่คุณชายทั่วไปก็มักจะทำเช่นนี้ หมายตาสาวใดไว้ก็จะให้คนสนิทมาสอบถามเพื่อที่จะไปดักรอ

“ข้าบอกไปว่าอีกสามวันคุณหนูจะไปตลาดอี้เจียง”

“ดี ข้าจะได้ชวนคุณชายนักเลงไปเก็บสมุนไพรกับข้า จะได้ตกลงไปในหลุมดักสัตว์นั่น ทิ้งให้อดข้าวอดน้ำสักวัน ดูสิว่าจะเป็นยังไง” พลางยิ้มกริ่มอย่างชอบใจกับภาพที่จะได้เห็นในอีกไม่นาน

“ใช่ค่ะคุณหนู คุณชายนักเลงนั่นจะได้ไม่กล้าแกล้งใครอีก”

“ข้าจะให้ขอโทษสองพี่น้องนั่นด้วย”

“คุณชายลั่วจะว่ายังไงนะ ถ้ารู้ว่าคุณหนูแกล้งทำเป็นชอบเพื่อต้องการเอาคืนให้สองพี่น้องนั่น” เยี่ยชุนเอ่ยอย่างอยากรู้แบบไม่ได้ต้องการคำตอบมากมายนัก

โดยแผนการนี้ก็ได้ถูกนำมาบอกให้สองพี่น้องที่บาดเจ็บจากฝีมือคุณชายนักเลงด้วย หลันหมิงเอ๋อแวะไปเยี่ยมเยียนอีกฝ่ายที่บ้านในวันต่อมาด้วยความห่วงใย เพียงสองพี่น้องรับรู้ว่าคุณหนูผู้มีบุญคุณมาเยี่ยมก็เดินออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าที่เกลื่อนไปด้วยความยินดี

“ข้าดีใจที่คุณหนูหมิงเอ๋อแวะมาดูข้า”

“แผลของเจ้าเป็นยังไงบ้าง” สอบถามอย่างอยากรู้ด้วยจิตที่ใจดีดังท่านอาที่เป็นคุณหมอ

“แผลของข้าดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณคุณหนูที่ห่วงใยพี่ชายของข้า” น้องสาวเอ่ยอย่างรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของอีกฝ่ายที่มีต่อพี่ชาย

“ข้าจะมาบอกว่าข้าได้วางแผนที่จะเอาคืนคุณชายนักเลงนั่นให้เจ้าสองคนแล้ว อีกสองวันคุณชายนักเลงจะมาที่ชายป่าเพื่อช่วยข้าเก็บสมุนไพร ข้าจะหลอกให้ตกลงไปในหลุมดักสัตว์ ข้าจะให้คุณชายนักเลงขอโทษพวกเจ้า”

“คุณหนูช่างเมตตาต่อพวกเรามากๆ ทีเดียว” ไม่เคยคิดว่าจะมีคนช่วยเหลือตนเองเช่นนี้

“ข้าไม่ชอบเห็นใครถูกรังแกน่ะ ดีเลยจะได้ดัดนิสัยคุณชายนักเลงไปด้วย จะได้ไม่กล้าแกล้งคนอื่นอีก”

“ข้าขอบคุณคุณหนูมาก ที่ช่วยเอาคืนคุณชายนักเลงแทนพวกข้า”

“ขอให้แผลของเจ้าหายเร็วๆ นะ” บอกอวยพรกับทั้งสองคนก่อนที่จะเดินกลับไป

ระหว่างทางก็มองเห็นร่างหนึ่งกำลังเล่นน้ำตกอยู่ยังเชิงป่า ถ้าเป็นคนอื่นเล่นน้ำ คุณหนูตัวร้ายคงไม่สนใจหรอก แต่ทว่าเป็นคุณชายจางเล่ยหยาง ที่ตนเองเดินชนในวันที่ไปศาลเจ้ากับมารดา ทำให้เท้าเรียวที่อยู่ในรองเท้าอันปักลวดลายงดงามหยุดชะงักไป

“หยุดก่อนเยี่ยชุน”

“มีอะไรหรือคุณหนู” เยี่ยชุนเห็นเจ้านายสาวไม่ยอมเดินต่อ

“ข้าอยากแกล้งคนเล่น” บอกด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

“คุณหนูจะแกล้งใครกัน” และเมื่อหันไปยังบุคคลที่เล่นน้ำก็จดจำได้เป็นอย่างดี

“คุณชายเล่ยหยางไงล่ะ” นางบอกให้สาวใช้คนสนิทได้ทราบ

“อย่าเลย คุณหนูรีบกลับกันเถิด”

“ไม่ ครั้งก่อนผลักข้าล้ม ข้าอายแทบแย่รู้ไหม” เอ่ยถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นออกมา

“คุณหนูจะแกล้งคุณชายยังไง”

นัยน์ตากลมทั้งสองพลางมองเห็นเสื้อผ้าของอีกฝ่ายวางอยู่บนก้อนหินบนฝั่ง ก็รีบเดินเข้าไปทันที และพลันมองเห็นม้วนกระดาษวางอยู่ไม่ไกล มือเรียวจึงหยิบขึ้นมาอ่านอย่างเสียมารยาท เป็นบทกวีที่ไพเราะยิ่งนัก

เพียงได้ประสบวงหน้าละไม

โฉมไฉไลราวจันทร์เจิดนภา

นวลสะคราญเยื้องย่างชวนชม

ให้คะนึงติดตรึงตาไม่วางวาย

 

เพราะมัวแต่อ่านบทกวีเบื้องหน้าอย่างเพลิดเพลิน โดยไม่รู้ว่าชายหนุ่มที่ตนเองตั้งใจแกล้งได้เดินขึ้นมายังฝั่งแล้ว ด้วยกายที่เปลือยแผ่นอกกว้างกับกางเกงขาสั้นประมาณเข่าสีขาว มีหยดน้ำเกาะพราวไปทั่วร่าง หลังจากที่ลงไปเล่นน้ำตกอย่างเพลิดเพลินใจเมื่อหลายชั่วโมงก่อน จางเล่ยหยางชอบมาเล่นน้ำตกที่นี่ เพราะชอบกับบรรยากาศอันเป็นธรรมชาติ เมื่อมองเห็นคนมายุ่งกับบทกวีของตนเองจึงออกคำสั่งอย่างไม่ชอบใจ

“วางบทกวีของข้าลงเดี๋ยวนี้”

“อย่าบอกนะว่าจะเอาบทกวีนี้ไปจีบสาว” หลันหมิงเอ๋อตอบกลับมาอย่างซักไซ้ อีกฝ่ายแสดงสีหน้าบึ้งตึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า วางของข้าลงเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเข้มบอกอย่างดุดันมากขึ้น

“แล้วถ้าข้าไม่วางล่ะ จะมีอะไรไหม” สอบถามอย่างยั่วเย้ากลับไป คิ้วเข้มขมวดเข้ามาชนกันมุ่นจ พร้อมกับดวงตาก็เป็นเป็นดุกร้าว

“ข้าขอสั่งเจ้าให้วางของข้าลง ถ้าเจ้าไม่อยากมีปัญหากับข้า”

“ถ้าอยากได้ก็เข้ามาเอาสิคุณชายเล่ยหยาง” พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงท้าทาย ยิ่งอยากให้วาง ยิ่งไม่วาง

“หลันหมิงเอ๋อ เจ้ากำลังลองดีกับข้าอย่างนั้นเหรอ”

“คุณหนูคืนบทกวีให้คุณชายเล่ยหยางเถอะ” เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วเยี่ยชุนก็ให้หวาดกลัวแทนยิ่งนัก

“ขอโทษข้าก่อนที่วันนั้นเจ้าผลักข้า” เรียกร้องถึงสิ่งที่ตนเองปรารถนาออกไปทันที

“ทำไมข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยกัน” สอบถามอย่างไม่ชอบใจ

“เจ้าทำให้ข้าอับอายมากวันนั้น” เพียงได้ยินก็ยิ้มขำอย่างชอบใจ

“ก็สมควรแล้วนี่ ใครใช้ให้เจ้าวิ่งมาชนข้าก่อนล่ะ” ไม่ยอมทำตามที่แม่นางต้องการ

“ถ้าเจ้าไม่ขอโทษข้า ข้าก็ไม่คืนบทกวีให้”

ตอบอย่างป่วนอีกฝ่ายยิ่งนัก คุณชายใหญ่แห่งสกุลจางก็โผเข้าไปหาอีกฝ่ายและพยายามที่จะยื้อแย่งบทกวีกลับคืนมา ซึ่งมือเรียวก็เอาบทกวีไปซ่อนไว้ด้านหลัง ขณะที่ร่างยืนอย่างหมิ่นเหม่อกับก้อนหิน ที่เท้าเรียวก็ก้าวถอยหลังไม่หยุด กับหินที่ลาดชัน

จนทำให้กายเล็กตัวเซหงายหลังไป และด้วยความตกใจมือเรียวก็กอดร่างแกร่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลไว้ด้วยความกลัวตก แต่มันดูเหมือนว่าจะไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อร่างของคุณหนูตัวร้ายตกลงไปในน้ำพร้อมกับคุณชายจอมดุ

ตูม!

ใช่เพียงเท่านั้นมือเรียวที่ถือบทกวีก็เผลอปล่อยมันไปอย่างตกใจเช่นกัน ทำให้บทกวีจมลงสู่ผิวน้ำ ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมาจากธารน้ำตก สีหน้าของคุณชายใหญ่เต็มไปด้วยความโมโหอย่างมาก

“นี่เจ้าทำบ้าอะไรกันหลันหมิงเอ๋อ”

“ข้า ไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเจ้าไม่เข้ามาหาข้า ข้าก็ไม่ตกหรอก” ไม่วายโทษอีกฝ่าย

“ยังมีหน้าจะมาโทษคนอื่นอีกเหรอ เจ้านี่มันตัวซวยโดยแท้เลย” พลางบริพาสออกมาอย่างโกรธเคือง นั่นเพราะบทกวีที่เขียนใหม่อีกคราส่งไม่ถึงมือของสาวเจ้าอีกแล้ว อะไรจะแย่อย่างนี้กัน

 “มันจะมากไปแล้วนะคุณชายเล่ยหยาง” วงหน้านวลบึ้งตึงเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวซวย

“ไม่มากเลย ข้าเจอเจ้าไม่เคยจะโชคดีสักครั้ง ตอนเด็กๆ เจ้าชนข้าแท้ๆ แต่ข้ากลับถูกตำหนิว่าแกล้งเจ้า พอไปศาลเจ้าก็ชนข้าจนบทกวีข้าหาย ครั้งนี้ก็ทำบทกวีข้าตกน้ำอีกน่ะ”

“ก็บอกว่าข้าไม่ได้ตั้งใจไงล่ะ เอาอย่างนี้ข้าจะช่วยเขียนบทกวีแล้วเอาไปให้กับสาวที่เจ้าหลงรักก็แล้วกัน ข้าจำได้หมดทุกประโยค ”

เพียงได้ประสบวงหน้าละไม

โฉมไฉไลราวจันทร์เจิดนภา

นวลสะคราญเยื้องย่างชวนชม

ให้คะนึงติดตรึงตาไม่วางวาย

“ได้ เจ้าจงเขียนบทกวีมาให้ข้าด้วย” พลางรับรู้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายจะชดใช้คืนให้

“ไม่ต้องห่วงข้าจะรีบเขียนแล้วเอาไปให้เจ้า”

ตอบกลับไปอย่างมั่นใจ ซึ่งนัยน์ตาคู่คมที่มองจ้องใบหน้านวลของคุณหนูตัวร้ายก็เผลอกวาดมองไปทั่วร่างของอีกฝ่ายอย่างไม่ตั้งใจ พบว่ายามนี้ผ้าเนื้อบางแนบกับกายระหงจนรับรู้ได้ถึงสัดส่วนหยัดโค้ง จนแทบไม่ได้ละสายตาไปทางใด ซึ่งพอรับรู้ได้ถึงความเงียบงัน และมองเห็นดวงตาคู่คมมองจ้องมายังร่างนวลก็พลันก้มลงดู ก็พบว่าเสื้อผ้าของตนเองมันบางจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน จึงออกปากห้ามปรามทันที

“นี่เจ้าหันหน้ากลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะ” พร้อมกับมือเรียวยกขึ้นปิดเรือนกายไว้ด้วยทั้งสองมือ

“อย่างเจ้าไม่เห็นมีอะไรให้น่ามองเลย”

“ถ้าไม่มีอะไรให้น่ามองก็หันไปทางอื่นสิ” ออกปากสั่งอีกคราหนึ่ง

“เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า” ตอบอย่างรีรวนกลับบ้าง

“เจ้านี่มันไร้มารยาทที่สุด”

“ทำยังกับเจ้ามีมารยาทมากอย่างนั้นล่ะ ยายคุณหนูตัวร้าย”

“ถ้าเจ้าไม่หันหน้าไปทางอื่น แล้วข้าจะขึ้นจากน้ำตกได้ยังไงกัน” นางยังมียางอายอยู่นะ ถึงจะชอบทำอะไรแผลงๆ ก็ตามเถอะ

“ก็ช่วยไม่ได้ ข้าจะนั่งเล่นอยู่บนฝั่งไม่ไปไหนทั้งนั้น” ด้วยต้องการแกล้งอีกฝ่าย จึงว่ายน้ำกลับมายังฝั่งและทำตามที่พูด

“แล้วแบบนี้จะขึ้นจากน้ำได้ยังไงกัน” หลันหมิงเอ๋อนึกอย่างเข่นเขี้ยว

 

“ยืนแช่ในน้ำก่อนก็แล้วกันนะ ยายคุณหนูตัวร้าย” รับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่กล้าขึ้นมาจากน้ำอย่างแน่นอน หากว่าเขายังนั่งอยู่ตรงนี้ จะปล่อยให้หนาวตายในน้ำซะให้เข็ด

+++++++++++

ก๊าก ยายคุณหนูตัวป่วน หาเรื่องเอง จะโทษใครล่ะ สมหน้านัก



แสดงความคิดเห็น หัวข้อ : ตอน 4 เอาคืน
* ชื่อ :
เช่น John
ไอคอน :
ความคิดเห็น :
อีโมชั่น :




ไฟล์ : แนบไฟล์ แนบไฟล์
Captcha :
captcha
  Enter Characters
แสดงความคิดเห็น
 
Online:  19
Visits:  673,690
Today:  960
PageView/Month:  47,976