สำนักพิมพ์ รัตมาบุ๊คส์ Story Love Sweet

เว็บบอร์ดคู่หมั้นร้ายจอมทัพตอน 2 กุลสตรีที่ (ไม่) ดี
ผู้เขียน : tonkhowรัตมา   หัวข้อ : ตอน 2 กุลสตรีที่ (ไม่) ดีอ่าน 548 / ความคิดเห็น 0
รูปประจำตัว
tonkhowรัตมา
  • 150 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 24 เมษายน 2556
รูปไอคอน
หัวข้อ : ตอน 2 กุลสตรีที่ (ไม่) ดี
12/9/2559 13:03:00

 

เพียงครู่หลันหมิงเอ๋อกับเยี่ยชุนก็ไปถึงบ้านของน้องชายบิดา นางเอ่ยทักทายผู้สูงวัยด้วยความรัก

 

“ข้ามาหาท่านอาซ่งฟานแล้ว”

 

“นี่เจ้าหนีเรียนอีกแล้วสินะหมิงเอ๋อ” ผู้เป็นอาเอ่ยอย่างคาดการณ์ออกมา เพราะรับรู้ว่าหลานสาวไม่ชื่นชอบงานเฉกเช่นกุลสตรีที่ดีควรหัด

 

“ก็ข้าเบื่อนี่นาท่านอา ให้เรียนปักผ้ากับร่ายรำ เล่นดนตรี หัดชงชาทุกวัน สู้มาหาท่านอาไม่ได้ สนุกกว่าเยอะ” ตอบด้วยนัยน์ตาเป็นประกายอย่างพราวพรายอย่างชื่นชอบกับสิ่งที่อยากทำ

 

“คุณหนูอยากลำบากแบบข้าอย่างนั้นเหรอขอรับ” ฉางลั่วเหยา ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มวัย 13 ปี ร่างผอม เดินเข้ามาและเอ่ยให้หลันหมิงเอ๋อได้ยิน

 

“ข้าไม่อยากลำบากหรอก” ตอบกลับไปในเร็วพลัน

 

“แล้วทำไมคุณหนูถึงได้ดื้อรั้นอย่างนี้กัน คุณหนูควรจะเรียนในสิ่งที่ท่านแม่บอกนะขอรับ เพื่อจะได้มีผู้ชายที่ดีและเหมาะสมมาสู่ขอคุณหนูไปแต่งงานด้วย” เธอตอบด้วยสีหน้าสะบัดเหมือนไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้

 

“แล้วทำไมข้าจะต้องไปเรียนและหัดเป็นกุลสตรีที่ดีเพื่อเอาใจผู้ชายด้วยกัน ไม่ล่ะ ข้าไม่อยากเป็นกุลสตรีที่ดี จะได้ไม่มีใครมาสู่ขอข้า แต่งงานไปก็ไม่เห็นมีอะไรดีเลย นอกจากดูแลสามี นั่งเลี้ยงลูก บ่นปากเปียกปากแฉะ น่าเบื่อจะตาย” นั่นเพราะเห็นมารดาของตนเองทำแต่อะไรแบบนี้ทุกวัน

 

“ก็ถ้าคุณหนูทำตัวดีๆ ไม่ดื้อ ท่านแม่ก็ไม่บ่นคุณหนูหรอกค่ะ” เยี่ยชุนแสดงความคิดเห็นออกมา

 

“กุลสตรีที่ดีต้องดูแลสามีเป็นอย่างดี” ลั่วเหยาบอกให้เธอได้รับรู้ด้วย

 

“ฮึ คนที่จะมาเป็นสามีข้า ต้องคอยดูแลข้าต่างหากล่ะ” ช่างคิดอะไรได้แหวกแนวชาวบ้านชาวช่องเสียจริงเชียวคุณหนูหมิงเอ๋อ ซึ่งนางเบื่อที่จะพูดเรื่องนี้แล้ว เพราะมันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากๆ จึงเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน

 

“นี่ ลั่วเหยา รู้ไหมว่าวิชาที่เจ้าสอนข้าน่ะ ข้าเอามาแกล้งขโมยกลับด้วยล่ะ”

 

ดูจะดีใจอย่างมากที่วิชาซึ่งฝึกปรือจนเก่งและชำนาญ สามารถเอามาช่วยเหลือคนได้ ซึ่งหลันหมิงเอ๋อ ได้พบกับฉางลั่วเหยาในวันที่ฝนตกกลางทาง โดยอีกฝ่ายอยู่ในอาการป่วย ตัวหนาวสั่น แต่งกายมอซอ ดูสกปรกมาก แต่หลันหมิงเอ๋อไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลย กลับเห็นใจและสงสารมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป จึงได้พาตัวมาให้ท่านอาซ่งฟานได้รักษา

 

ซึ่งท่านอาก็อุปการะลั่วเหยาด้วยการให้เป็นผู้ช่วยคอยดูแลคนป่วยที่มารักษา นั่นจึงทำให้อีกฝ่ายเลิกเป็นขโมย เพราะมีงานและที่พักเป็นอย่างดี ฉางลั่วเหยารู้สึกซาบซึ้งกับการช่วยเหลือของคุณหนูหมิงเอ๋ออย่างมาก และคิดว่าจะตอบแทนบุญคุณคุณหนูผู้แสนมีน้ำใจตลอดชีวิต พอได้ยินที่เจ้านายสาวผู้มีพระคุณเอ่ยจึงสอบถามกลับไปด้วยสีหน้าสงสัย

 

“แกล้งยังไงหรือขอรับคุณหนูหมิงเอ๋อ”

 

“ก็ขโมยฉกถุงเงินของคนอื่นไป ข้าก็ไปฉกกลับมา คิดดูนะว่าขนาดขโมยยังไม่รู้เลยว่าข้าน่ะฉกถุงเงินมาได้แล้ว”

 

“ก็คุณหนูฝึกปรือจนเก่งแล้วนี่ขอรับ”

 

มันไม่ใช่แนวทางการเป็นกุลสตรีที่ดีเลยสักนิด ฝึกเป็นขโมยอย่างมืออาชีพ นี่หรือคือสิ่งที่คุณหนูหมิงเอ๋อ คุณหนูแห่งสกุลหลันอยากทำ เมื่อรับรู้ว่าลั่วเหยาทำอาชีพอะไรในการหาเงิน จึงนึกอย่างสนุกเรียนรู้ที่อยากจะหัดไว้ ตอนแรกเขาก็ไม่ยินยอมที่จะสอนหรอก เพราะมันไม่ได้เป็นอาชีพที่ดีเลย แต่ก็แพ้ลูกตื้อที่จะเรียนรู้ของคุณหนูตัวแสบไม่ได้

 

จำต้องยอมสอนให้จนกระทั่งอีกฝ่ายสามารถฉกถุงเงินของคนอื่นได้อย่างเงียบกริบโดยที่เหยื่อไม่รับรู้เลยว่าถุงเงินได้หายไปแล้ว เพียงร่างเล็กแค่เดินผ่านเท่านั้น

 

“แต่ข้ากลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นขโมยแทนซะนั่น”

 

“เป็นใครก็ต้องเข้าใจหมิงเอ๋อ คงไม่มีใครเห็นคนอื่นขโมยถุงเงินคนอื่นไป แล้วจะเชื่อว่าไม่ได้เป็นขโมยหรอก” ผู้เป็นอาบอกออกมาเช่นกัน

 

“ฮึ พอรู้ว่าข้าไม่ได้ขโมย ก็หน้าแตกจนหมอไม่รับเย็บ สะใจจริงๆ” หลันหมิงเอ๋อยิ้มอย่างชอบใจ

 

“ลั่วเหยา เดี๋ยวเจ้าไปเก็บสมุนไพรมาให้ข้าด้วยนะ ”

 

“ได้ขอรับคุณหมอ จะให้ข้าไปเก็บสมุนไพรอะไรขอรับ” อีกฝ่ายตอบรับด้วยความยินดี

 

“ปักตังเซียม กับ โต่วต๋ง”

 

“ได้ขอรับ” พลางทำท่าโค้งคำนับให้อย่างอ่อนน้อม

 

“ข้าไปด้วยลั่วเหยา ข้าชอบไปเที่ยวป่ามากๆ” ซึ่งทั้งสามก็พากันออกไปเก็บสมุนไพรด้วยกัน หลันซ่งฟานมองตามหลานสาวตัวน้อยพลางทำท่าส่ายศีรษะไปมาและคิดอย่างสงสัย

 

“อยากรู้จริงว่าผู้ชายแบบไหนนะที่จะมาถูกใจและกำราบเจ้าได้กันหมิงเอ๋อ”

 

โดยแม่ทัพหนุ่มที่ต้องหน้าแตกเมื่อเข้าใจแม่นางอีกผู้หนึ่งว่าเป็นขโมย ก็ได้เดินกลับไปหาจางหลี่เว่ยน้องชายซึ่งเป็นแม่ทัพแห่งแคว้นเฉียงเช่นกัน อีกฝ่ายกำลังนั่งดื่มชาอยู่ในโรงน้ำชาเล็กๆ ซึ่งอยู่ในตลาดอี้เจียงกับทหารในกองทัพด้วยกัน เพื่อตรวจตราดูว่ามีใครที่น่าสงสัยเข้ามาสอดแนมอะไรในแคว้นเฉียงรึไม่ จึงไม่ได้สวมชุดแม่ทัพใหญ่ เพื่อไม่อยากให้คนที่คิดร้ายรู้ว่าตนเองเป็นนายทหารยศสูง

 

“พี่ใหญ่ไปไหนมาเหรอ”

 

“พอดีพี่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งฉกถุงเงินของผู้ชายอีกคน พี่ก็เลยคิดว่าเป็นขโมยน่ะ” จางเล่ยหยางเล่าให้น้องชายได้ทราบ

 

“คิดว่าเป็นขโมย แสดงว่าไม่ได้เป็นขโมยเหรอพี่ใหญ่” น้องชายถามอย่างคาดการณ์กลับมา

 

“ใช่ นางไม่ได้เป็นขโมย แต่นางฉกถุงเงินกลับมาจากขโมยต่างหาก”

 

“แสดงว่านางคงจะเชี่ยวชาญด้านการขโมยมาก หรือไม่นางก็อาจจะเคยเป็นขโมยมาก่อน พอโตขึ้นกลับตัวเป็นคนดีแล้วก็เลยโขมยเงินจากโจรกลับมาแทน” กั๋วฮุ่นหมินซึ่งเป็นลูกน้องแสดงความคิดเห็นเช่นกัน

 

“อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้” แม่ทัพหนุ่มพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

ระหว่างที่ทั้งหมดดื่มชานั้น บังเอิญกับที่หญิงสาวซึ่งอยู่ในชุดสีชมพูหวานมองเห็นชายหนุ่มที่ตนเองหมายตาไว้ จึงหันไปบอกสาวใช้ของตนเองที่เดินมาด้วยกัน

 

“เพ่ยหนิง นั่นคุณชายเล่ยหยางนี่”

 

“เข้าไปทักทายเลยสิคะคุณหนู” พลางคะยั้นคะยอเจ้านายสาว กุ้ยเสวี่ยชิง เป็นลูกสาวของกุ้ยจินเถา ทำงานอยู่ในราชสำนัก มีหน้าที่เกี่ยวกับดูแลพิธีการในราชสำนัก ซึ่งนางก็ทำตามที่สาวใช้บอกเมื่ออีกฝ่ายก้าวออกมาจากโรงน้ำชาพร้อมกับน้องชายและกั๋วฮุ่ยหมิน

 

“ไม่คิดว่าจะเจอคุณชายเล่ยหยางที่นี่”

 

“เสวี่ยชิง นี่เจ้าก็มาเดินตลาดเหมือนกันเหรอ” คุณชายเล่ยหยางหันไปทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม

 

“ข้ามาเดินดูผ้าเพื่อจะนำไปปักลาย”

 

“เจ้านี่ขยันจริงๆ” พลางเอ่ยชมเชยออกมา

 

“ขอบคุณที่คุณชายเอ่ยชม” รู้สึกดีที่ชายหนุ่มซึ่งชื่นชอบ คุยกับตนเอง ระหว่างนั้นก็ได้มีขโมยมาชิงถุงเงินไปจากกุ้ยเสวี่ยชิง

 

“อุ๊ย ขโมยชิงถุงเงินของคุณหนูเสวี่ยชิงไปแล้ว” ท่านแม่ทัพใหญ่กำลังจะวิ่งตามขโมยไป แต่จางหลี่เว่ยเป็นผู้ขันอาสาแทน

 

“พี่ใหญ่ไม่ต้อง เดี๋ยวข้าจัดการเอง”  แล้วอีกฝ่ายก็วิ่งตามไป

 

“ช่วงนี้ขโมยเยอะมาก เจ้าต้องระวังให้มากนะเสวี่ยชิง”

 

“ข้าจะระวังตัวเองอย่างดี”

 

ซึ่งจางหลี่เว่ยก็วิ่งตามขโมยไป และสู้กับอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งด้วยการกำหมัดต่อยไปยังท้องของอีกฝ่ายสองที จนทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนที่ขโมยจะโยนถุงเงินทิ้งไว้ที่พื้น แล้วก็รีบวิ่งหนีออกไป จางหลี่เว่ยจึงเก็บถุงเงินขึ้นมาและนำกลับไปคืนให้กับคุณหนูแห่งสกุลกุ้ย

 

“ถุงเงินของหนูเสวี่ยชิง ข้าชิงเอากลับมาได้แล้ว”

 

“ขอบคุณ คุณชายหลี่เว่ยมาก” มือเรียวรับถุงเงินไปจากอีกฝ่าย แต่แอบเบะปากไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็น

 

“โชคดีนะที่ข้ากับหลี่เว่ยมาเดินตลาด ไม่อย่างนั้นเจ้าคงต้องเสียเงินไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้ากับน้องชายคงต้องขอตัวก่อน” แม่ทัพใหญ่เอ่ยลากับอีกฝ่าย

 

“เชิญคุณชายเล่ยหยาง กับคุณชายหลี่เว่ย” พลางค้อมกายอย่างเรียบร้อย อ่อนหวาน เมื่อยืนอยู่ตามลำพังกับสาวใช้ กุ้ยเสวี่ยชิงก็สั่งออกมาหลังจากนั้น

 

“กลับกันเถอะเพ่ยหนิง”

 

“คุณหนูไม่ดูผ้ากลับไปปักแล้วเหรอคะ”

 

“ข้าหมดอารมณ์ดูตั้งแต่ที่คุณชายหลี่เว่ยวิ่งตามขโมยไปแล้วล่ะ” บอกให้รับรู้ด้วยน้ำเสียงที่แสดงความไม่สบอารมณ์อย่างมาก

 

ทางด้านของจางหลี่เว่ยก็ได้เอ่ยกับผู้เป็นพี่ชาย ถึงหญิงสาวที่ตนเองได้พบเมื่อครู่นี้ ด้วยความชื่นชอบ

 

“คุณหนูเสวี่ยชิงดูน่ารักดีนะพี่ใหญ่”

 

“เจ้าชอบเหรอ” พลางย้อนถามกลับอย่างคาดการณ์

 

“ข้าไม่ได้ชอบหรอก” ปฏิเสธกลับไปทันที พร้อมกับถามอย่างอยากรู้ด้วย “แล้วพี่ใหญ่ล่ะรู้สึกยังไงกับคุณหนูเสวี่ยชิง”

 

 

“ข้าชอบเสวี่ยชิง” แม่ทัพใหญ่ตอบให้น้องชายได้ทราบ

+++++++++++

อ้าวท่านแม่ทัพ ชอบคุณหนูเสวี่ยชิง แล้วยายคุณหนูหลันหมิงเอ๋อ ล่ะจะทำไง 555 มาลุ้นกันค่ะ ว่าทั้งสองคนจะรักกันยังไง 



แสดงความคิดเห็น หัวข้อ : ตอน 2 กุลสตรีที่ (ไม่) ดี
* ชื่อ :
เช่น John
ไอคอน :
ความคิดเห็น :
อีโมชั่น :




ไฟล์ : แนบไฟล์ แนบไฟล์
Captcha :
captcha
  Enter Characters
แสดงความคิดเห็น
 
Online:  29
Visits:  884,533
Today:  1,244
PageView/Month:  26,706