สำนักพิมพ์ รัตมาบุ๊คส์ Story Love Sweet

ผู้เขียน : รัตมา   หัวข้อ : ตอน 2อ่าน 34307 / ความคิดเห็น 26
รูปประจำตัว
รัตมา
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
หัวข้อ : ตอน 2
7/3/2558 11:08:00

 

Rafael Lazzini

หลังจากช่วยสอนน้องๆ แล้วเธอก็มองไปยังนาฬิกาบนข้อมือที่สวมอยู่ รับรู้ว่าได้เวลาที่จะต้องไปทำงานที่ร้านอาหารแล้วโดยในวันนี้เธอมีหน้าที่รำโชว์บนเวทีด้วย

 

เข็มได้เวลาทำงานแล้วล่ะ”  พลางหันไปบอกกับเพื่อนสนิทของตนเอง ซึ่งอีกฝ่ายทำงานขายชุดชั้นในอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

อย่างนั้นก็ไปกันเลย แม่คะ มณีไปทำงานก่อนนะคะเธอเอ่ยกับมารดา หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกมาจากศูนย์วัฒนธรรมไทยของนิวยอร์ค

 

ทั้งสองนั่งรถประจำทางมายังร้านอาหารไทยซึ่งอยู่ที่ถนน 25 เมนสตรีท คิงส์พาร์ค ที่ร้านอาหารนั้นมณีไพรำเริ่มจากการทำงานเป็นคนล้างจาน ก่อนจะมาเป็นผู้ช่วยกุ๊กด้วยการหาเงินแบบพาร์ทไทม์ในระหว่างที่เรียนต่อไปด้วย แล้วก็ขยับมาเป็นเด็กเสิร์ฟเพื่อหาเงินมาเป็นค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในบ้าน แบ่งเบาภาระให้กับมารดา

 

เธอต้องช่วยเหลือและรับผิดชอบตัวเองตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ซึ่งทำงานเพียงอาทิตย์ละสี่วัน วันหนึ่งเจ้าของร้านก็ต้องการให้มีการแสดงรำไทยในร้านอาหารด้วย มณีไพรำก็บอกว่าเธอรำได้ จึงได้เป็นนางรำที่ร้านอาหารแห่งนี้ทุกวันพุธ เธอชื่นชอบการรำและการเล่นเครื่องดนตรีไทย โดยเฉพาะซออู้และจระเข้จะถนัดมากเป็นพิเศษ

 

เมื่อไปถึงร้านอาหารมณีไพรำก็จัดการเปลี่ยนเป็นชุดไทยเรือนต้น ลักษณะชุดคนละท่อน แขนสามส่วน ผ่าอก กระดุมห้าเม็ด ด้วยเสื้อแขนยาวสีฟ้าอ่อนกับสไบสีน้ำตาลอ่อนเหลือบทองพาดกับบ่าเล็กและผ้าซิ่นที่ตัดเป็นแบบกระโปรงสีฟ้า เพื่อสะดวกในการก้าวเดินและเข้ากับร้านอาหารไทย ส่วนเส้นผมก็ถูกเกล้าขึ้นไปยังด้านบนอย่างเรียบร้อย เป็นชุดฟอร์มของร้านอาหารที่ตนเองทำงานอยู่

 

ที่นี่จะมีนักเรียนไทยมาทำงานอยู่หลายคน เธอช่วยพนักงานคนอื่นจัดโต๊ะเพื่อเตรียมตัวเปิดร้าน ซึ่งที่ร้านอาหารจะมีอาหารให้พนักงานได้กินก่อนเริ่มทำงาน ระหว่างนั้นดารารัตน์หรือแตงกวานักเรียนไทยที่มาทำงานในร้านอาหารเดียวกัน รู้ว่าหญิงสาวเรียนจบแล้วก็ถามด้วยความอยากรู้

 

ถ้าพี่มณีได้งานทำแล้วก็คงจะไม่มาทำงานที่นี่แล้วสินะคะ แตงกวาคงคิดถึงพี่มณีแย่เลยค่ะ

 

พี่ก็คงแวะมาหาบ้างน่ะ ไม่ได้หายไปเลยสักหน่อย ยังไงที่นี่ก็เหมือนครอบครัวของพี่เหมือนกันเธอบอกขณะที่ตักซุปอุ่นๆ ใส่ในถ้วย แต่ถ้ายังหางานทำไม่ได้ พี่ก็คงทำที่นี่ไปก่อนน่ะหญิงสาวเอ่ยให้อีกฝ่ายทราบโดยมือเรียวก็ตักน้ำซุปขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย

 

ครั้นได้เวลาเริ่มงานทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง เมื่อมณีไพรำมองเห็นลูกค้าเข้ามาในร้านเธอก็รีบเดินไปต้อนรับอย่างไม่รอช้าพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงและรอยยิ้มที่อ่อนหวาน เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่มาทานอาหารแห่งนี้

 

ร้านอาหารไทย คูซีน ยินดีต้อนรับค่ะ

 

พร้อมกับที่เธอเดินนำลูกค้าไปยังโต๊ะที่ว่างและหยิบเมนูอาหารให้อีกฝ่าย ก่อนจะเตรียมทำการจดเมนูอาหารอย่างไม่รอช้าตามหน้าที่เหมือนเช่นทุกวัน

 

ขอเป็นต้มยำกุ้งมะนาวไข่หวาน ปลาทรายทอดขมิ้น แล้วก็กระดูกหมูอบทรงเครื่อง เครื่องดื่มขอเป็นน้ำส้มนะคะลูกค้าชาวไทยสั่งอาหารที่อยากทานตามลำดับ หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ

 

ได้ค่ะ เดี๋ยวขอทวนรายการอาหารอีกรอบนะคะ

 

มณีไพรำอ่านรายการซ้ำอีกคราวหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองไม่ได้จดรายการผิด ครั้นเรียบร้อยแล้วเธอก็บอกกับอีกฝ่ายด้วยคำพูดสุภาพ รอสักครู่นะคะแล้วกายระหงก็นำใบออเดอร์อาหารไปให้กับพ่อครัวหลังจากนั้น ก่อนจะไปรับออเดอร์ของลูกค้าโต๊ะอื่นด้วยท่าทีคล่องแคล่วและวงหน้าผ่องใส

 

เมื่อใกล้เวลาหนึ่งทุ่มได้เวลาที่เธอจะต้องโชว์รำไทย จรรยาเจ้าของร้านอาหารไทยที่เห็นเธอยังวุ่นวายกับการรับออเดอร์ลูกค้าก็เอ่ยกำชับให้ได้รับรู้

 

มณีเดี๋ยวไปเตรียมตัวได้แล้วนะใกล้เวลาต้องรำโชว์แล้วล่ะ

 

ค่ะ พี่จันทร์เธอตอบรับอย่างรู้หน้าที่

 

หลังจากส่งออเดอร์ให้ในครัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มณีไพรำก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเร็ว คืนนี้เธอจะโชว์การรำฉุยฉายเบญกายแปลง เป็นการร่ายรำของนางเบญกาย บุตรีของพิเภกพญายักษ์ ซึ่งเป็นน้องของทศกัณฑ์ ครั้งหนึ่งทศกัณฑ์วางอุบายที่จะล่อลวงพระรามว่านางสีดาตายเสียแล้ว จึงใช้ให้เบญกายแปลงเป็นสีดา ด้วยเหตุนี้จึงให้กำเนิดนาฏศิลป์ที่งดงาม คือ ฉุยฉายเบญจกายแปลง

 

มณีไพรำสวมชุดไทยและมงกุฎอย่างงดงาม พาดสไบสีทองไปทางเบื้องหลัง วงหน้านวลได้รับการแต่งแต้มด้วยความสวยงามอย่างน่ามอง มือเรียวร่ายรำแบบอ่อนช้อยไปตามเนื้อเพลงที่เอื้อนเอ่ยอย่างไพเราะเพราะพริ้ง พร้อมกับปลายเท้าที่ย่ำไปบนพื้นเวทีมองดูสวยงามอ่อนช้อยยิ่งนัก

 

ฉุยฉายเอย                               จะเข้าไปเฝ้าเจ้าก็กรีดกราย

เยื้องย่างเจ้าช่างแปลงกาย    ให้ละเมียดละม้ายสีดานงลักษณ์

ถึงพระรามเห็นทรามวัย            จะฉงนพระทัยให้อะเหลื่ออะหลัก

….

 

ชาวต่างชาติที่เข้ามากินอาหารก็นั่งชมการร่ายรำที่น่าดูด้วยความสนใจ บางคนก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายใบหน้าหวานซึ้งของนางรำบนเวทีกับรอยยิ้มที่น่าประทับใจ ยามที่กายเล็กเยื้องย่างไปมาบนเวทีด้วยความจับใจ หลังจากยี่สิบนาทีผ่านไปการร่ายรำฉุยฉายเบญจกายก็จบลง

 

มณีไพรำยกมือขึ้นมาไหว้อย่างอ่อนหวาน ลูกค้าที่มากินอาหารต่างปรบมือให้อย่างพร้อมกัน โดยลูกค้าชาวต่างชาติที่ชื่นชอบการแสดงรำไทยก็เดินมาทิปเงินให้กับเธอ

 

คุณสวยมากเลยพลางเอ่ยชื่นชมเป็นภาษาอังกฤษ

 

ขอบคุณมากค่ะมือเรียวรับเงินของอีกฝ่ายมาด้วยวงหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้าวลงมาจากเวทีเพื่อเตรียมเปลี่ยนชุดกลับมาเป็นเด็กเสิร์ฟดังเดิม

 

ตอนเป็นเด็กเสิร์ฟกับเป็นนางรำต่างกันเลยนะครับพี่มณีปองชาญซึ่งเป็นพนักงานเสิร์ฟหนุ่มแสดงความคิดเห็นออกมา

 

นั่นสิคะเวลาเป็นนางรำดูสวยมากเลยค่ะอย่างกับคนละคนกันน่ะแตงกวาเอ่ยชมเชยไม่ต่างกัน มณีไพรำรู้สึกดีใจที่มีคนชื่นชอบการแสดงของตนเองมาก ได้ยินที่น้องๆ ในร้านอาหารบอกเธอจึงเอ่ยให้รับรู้

 

พี่ไม่ชอบแต่งหน้านี่ ถ้าเป็นการแสดงก็พอได้แม้ว่าการแต่งหน้าจะทำให้ตนเองสวยขึ้นก็ตามแต่เธอก็ไม่ชอบแต่งหน้าจัดมาก นั่นจึงทำให้วงหน้านวลดูเหมือนเด็กวัยรุ่นมากกว่าหญิงสาววัย 22 ปี เสียอีก

 

สี่ทุ่มได้เวลาใกล้ปิดร้านพนักงานต่างช่วยกันเก็บกวาดและทำความสะอาดโต๊ะอาหารทั้งหมด ก่อนจะเปลี่ยนชุดกลับมาเป็นแบบไปรเวทดังเดิม มณีไพรำกับพนักงานร่วมร้านก็เตรียมตัวที่จะกลับบ้าน มือเรียวสะพายกระเป๋าเป้ไว้ยังบ่าเล็กก่อนจะเอ่ยลากับพวกเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วยกัน

 

กลับก่อนนะทุกคนเธอยกมือบ้ายบายให้กับทุกคน

 

ครั้นกลับมาถึงบ้านมณีไพรำก็หยิบกุญแจขึ้นมาไขประตูบ้าน  เมื่อก้าวเข้ามายังด้านในก็มองเห็นมารดานั่งอยู่ที่โซฟาตัวเล็กอีกฝ่ายไม่ยอมนอนถ้าหากว่าหญิงสาวยังกลับไม่ถึงบ้าน

 

กลับมาแล้วค่ะแม่มือเรียวจัดการปิดและล็อกบ้านหลังจากนั้น

 

วันนี้ทำงานเป็นไงเหนื่อยมากไหมมณี

 

ก็เหมือนปกติค่ะแม่ มณีจะรีบหาเงินใช้ทุกคนให้หมดเร็วๆ ค่ะ เพราะมณีไม่ชอบเป็นหนี้ใครนานค่ะเธอบอกถึงสิ่งที่ตนเองตั้งใจไว้ให้มารดารับรู้

 

ทนอีกหน่อยนะลูกเดี๋ยวพอใช้หนี้หมด พวกเราก็ไม่ต้องเหนื่อยอย่างนี้แล้วล่ะ

มารดาโอบไปยังบ่าเล็กด้วยความรู้สึกที่สงสารลูก ทั้งสองเป็นหนี้เพราะต้องกู้เงินเพื่อไปจ่ายค่ารักษาตัวของมารดาที่อยู่ในอาการน่าเป็นห่วงยิ่งนัก แต่ตอนนี้มารดาของเธอจากไปอย่างสงบแล้ว คิดว่าถ้าใช้หนี้หมดค่อยพาลูกสาวกลับไปกราบอีกฝ่ายที่เมืองไทย

 

หิวรึเปล่า ถ้าหิวเดี๋ยวแม่จะทำอะไรให้กินรติวรรณบอกด้วยความห่วงใยในตัวของลูกสาวเพียงคนเดียว

 

มณีไม่หิวหรอกค่ะแม่ ตอนขากลับกินแฮมเบเกอร์มาแล้วค่ะ

 

หญิงสาวจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะก้าวเข้าไปยังห้องนอน ทิ้งกายลงไปยังเตียงนุ่มโดยมือเรียวดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมยังร่างของตนเองและหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า

               

ช่วงสายที่บ้านหลังใหญ่ซึ่งอยู่ในนิวยอร์คเช่นกัน ชายหนุ่มคนหนึ่งลักษณะสำอางและดูดีก็ได้ขับรถมาที่บ้านของผู้เป็นพี่สาวในช่วงวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดของเขา ธาวิต เรืองอมรการ นักธุรกิจหนุ่มคนไทยวัย 30 ปี วงหน้าหล่อคมคล้ายกับชาวต่างชาตินั่นเพราะเขาได้เชื้อฝรั่งมาจากมารดาซึ่งเป็นลูกครึ่งอเมริกันน่ะเอง

 

ชายหนุ่มเปิดบริษัทหุ้นกับมาคอสเพื่อนชาวต่างชาติบริหารบริษัทจำหน่ายและส่งออกเครื่องจักรหลายชนิด เพลย์บอยหนุ่มที่ยังไม่คิดจริงจังกับสาวคนไหน หวังฟันสาวไปเรื่อยๆ วันนี้เขาเพิ่งกลับมาจากบ้านของคู่ควง โดยอีกฝ่ายเป็นแอร์โฮสเตสต้องมีบินแต่เช้า ชายหนุ่มจึงต้องขับรถไปส่ง

 

ระหว่างที่ธาวิตกำลังนั่งรอให้บานประตูเบื้องหน้าเปิดนั้น ก็พลันมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดลูกไม้เรียบร้อยเดินมายังบ้านของพี่สาวตนเองเช่นกัน ธาวิตมองไปยังวงหน้านวลที่ดูอ่อนหวานกับเรือนร่างเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยอย่างวิจารณ์ออกมา

 

ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน น่ารักใช่หยอกดวงตาคู่คมของเขามองเธอด้วยความสนใจ มือปรับกระจกรถลงก่อนจะถามออกไปด้วยความอยากรู้

 

มาหาใครเหรอครับ

 

ฉันมาทำงานค่ะมณีไพรำบอกให้อีกฝ่ายได้ทราบพร้อมกับรอยยิ้มน่ามอง

 

ทำงานอะไรเหรอครับธาวิตพลางซักไซ้ต่อไม่เลิกด้วยความสนใจ

 

ฉันมาสอนน้องดาด้ารำไทยค่ะโดยในช่วงนั้นบานประตูรั้วอัลลอยด์ก็เปิดออก เขาจึงรีบแนะนำตนเองให้อีกฝ่ายได้รู้จักทันทีและเริ่มต้นที่จะทำความสนิทสนมกับเธอด้วย

 

ผมชื่อธาวิตครับเป็นน้าของดาด้า ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณครูคนสวยเขาเว้นประโยคสุดท้ายไว้ในใจ มณีไพรำยิ้มตอบรับกลับไป

 

ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ

 

ขึ้นมาบนรถด้วยกันสิครับ ถ้าเดินไปคงไกลชายหนุ่มขันรับอาสาอย่างมีน้ำใจ

 

ไม่เป็นไรค่ะฉันชอบเดินมากกว่า ฉันชอบเดินชมสวนดอกไม้ที่นี่ค่ะ

 

หญิงสาวไม่ยินยอมรับความหวังดีของอีกฝ่าย พร้อมกับที่ร่างเล็กก็เดินเข้าไปยังด้านในทันที ธาวิตก็ขับรถตามเธอไปอย่างช้าๆ ดูเหมือนว่าเขาจะมีเหยื่อที่ถูกตาตนเองเสียแล้ว

 

มณีไพรำเกิดอาการสงสัยทำไมอีกฝ่ายไม่ขับเข้าไปก่อนเลย จะมาขับรถตามตนเองทำไมกัน แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก กระทั่งเดินเข้าไปยังตึกหลังใหญ่ เธอก็เห็นลูกศิษย์ของตนเองนั่งอยู่สามคน เพียงเด็กหญิงดาด้าหรือดุจดาริน ลูกสาวของธารินทร์วัยห้าขวบเห็นเธอก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี

 

คุณครูมณีมาแล้ว

 

สวัสดีค่ะเด็กๆ

 

มณีไพรำเอ่ยทักทายลูกศิษย์ตัวน้อย โดยเริ่มทำการสอนบทเรียนรำไทยให้กับเด็กๆ หลังจากนั้น ณ ห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นสถานที่ฝึกสอนประจำ เธอจัดการหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋าเป้วางลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กและเปิดไปยังหน้าบทเรียนที่ได้สอนค้างไว้เมื่อวานนี้ โดยบอกให้เด็กๆ ที่นั่งอยู่ได้ทราบ

 

เดี๋ยววันนี้เรามาทบทวนบทเรียนที่คุณครูสอนไปหน่อยนะคะ ไหนลองจีบคว่ำให้ดูหน่อยสิคะแล้วพูดไปด้วยนะคะเด็กๆ ก็ทำตามที่เธอพูด ด้วยการหักข้อมือลงและใช้ปลายนิ้วชี้จรดกับปลายนิ้วหัวแม่มือ

 

จีบคว่ำค่ะเด็กหญิงทั้งสามทำตามอย่างน่ารัก

 

ต่อไปจีบหงายค่ะทุกคนก็พลิกแขนขึ้นและเอ่ยชื่อท่าออกมา

 

จีบหงายค่ะ

 

ต่อไปตั้งวงค่ะเด็กๆ ก็ยกมือซ้ายขึ้นมาเสมอคิ้ว ส่วนอีกมือหนึ่งก็จีบหงายยังบริเวณเอวเล็ก

 

ตั้งวงค่ะมณีไพรำก็ปรบมือชมเชยลูกศิษย์ตัวน้อยของตนเอง

 

เก่งมากค่ะเด็กๆ คราวนี้เรามาเริ่มเรียนรำให้เข้ากับจังหวะเสียงเพลงกันนะคะ ด้วยท่าสอดสร้อยมาลาค่ะ เมื่อกี้เราตั้งวงด้านขวาอยู่ใช่ไหมคะเด็กๆ แต่ว่าตอนนี้เราจะเปลี่ยนให้ไปอยู่ในท่าตั้งวงด้านซ้ายแทนค่ะ ทำตามที่คุณครูมณีบอกนะคะ มือขวาจีบคว่ำ มือซ้ายกรีดออกค่ะ แล้วก็ยกมือซ้ายขึ้นไปเหนือคิ้ว ส่วนมือขวาก็เปลี่ยนเป็นจีบหงายไปวางไว้ที่เอวนะคะโดยเด็กๆ ก็ทำตามอย่างว่าง่ายและจดจำไปด้วย

 

ธาวิตแอบมองเด็กๆ และคุณครูหน้าใสที่กำลังสอนรำไทยทางด้านนอกด้วยความชื่นชอบ วงหน้าคมมีรอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปาก ปลายนิ้วยกขึ้นแตะไปยังคางคมสันของตนเองราวกับใช้ความคิด

 

เปลี่ยนมาหลอกฟันคุณครูสาวคนนี้ดีกว่านั่นเพราะว่ายามนี้ธาวิตเริ่มเบื่อคู่ควงที่ตนเองคั่วอยู่ บังเอิญกับที่ได้มาเจอกับเหยื่อชิ้นใหม่ที่น่าลิ้มลองยิ่งนัก

 

อ้าววิตมาตั้งแต่เมื่อไรน่ะธารินทร์ก้าวลงมาจากชั้นบนมองเห็นน้องชายยืนทำท่ากอดอกยังด้านนอกของห้องนั่งเล่น

 

เพิ่งมาเมื่อกี้เองครับพี่รินทร์ นึกยังไงให้ดาด้าเรียนรำไทยกันครับพี่รินทร์

 

ก็พี่อยากให้ดาด้าได้รู้จักวัฒนธรรมของไทยบ้าง พี่ก็เลยติดต่อทางศูนย์วัฒนธรรมไทยฯ ว่าต้องการให้คุณครูมาสอนรำไทยที่บ้านให้ดาด้าน่ะ แล้วพวกเพื่อนๆ ดาด้าก็สนใจเหมือนกัน ทำให้ดาด้ามีเพื่อน

 

ดีครับ แล้วคุณครูคนนี้มาสอนนานหรือยังครับพลางสอบถามด้วยความอยากรู้

 

เพิ่งมาสอนได้หนึ่งเดือนแล้วล่ะธารินทร์ตอบน้องชาย

 

ทำไมผมไม่เคยเห็นเลยล่ะครับทั้งที่ผมก็มาที่บ้านของพี่รินทร์ตั้งหลายครั้งผู้เป็นพี่สาวจึงยิ้มและบอกให้รู้

 

วิตจะเจอได้ยังไงล่ะจ๊ะ ในเมื่อคุณครูมณีมาสอนแค่ตอนเช้าสิบโมงถึงเที่ยง อีกอย่างหนึ่งวันธรรมดาวิตก็ไปทำงานด้วย แล้ววิตก็มาหาพี่หลังเที่ยงเป็นประจำเลย

 

ต่อไปผมจะมาหาพี่รินทร์ตอนเช้าครับบอกด้วยสายตาที่แสดงความมุ่งมั่น

 

อย่าบอกนะว่ากำลังสนใจคุณครูมณีน่ะพี่สาวเอ่ยอย่างรู้เท่าทันน้องชายจอมเจ้าชู้

 

ชื่อมณีชื่อเชยจังเลยนะครับธาวิตเอ่ยอย่างวิพากย์วิจารณ์เมื่อรับรู้ว่าเธอชื่ออะไร

 

มณีน่ะเป็นชื่อเล่นจ้ะ ชื่อเต็มๆ คือมณีไพรำผู้เป็นพี่สาวอธิบาย ครั้นได้ฟังชื่อเต็มๆ ของเธอคำพูดที่ว่าก็เปลี่ยนไปเป็นชื่นชมทันที

 

เป็นชื่อที่เพราะมากเลยครับธาวิตมองไปยังร่างนวลที่ยืนสอนการร่ายรำ อยากให้มารำให้เขาดูในห้องนอนยิ่งถ้าเป็นบนเตียงล่ะก็ยิ่งดีใหญ่ เขาอยากได้ยินเสียงหวานๆ ของเธอกรีดร้องเรียกชื่อตนเองเหลือเกิน มันคงน่าฟังมากทีเดียว เขาเชื่อว่าต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน โดยนัยน์ตาก็มองไปยังร่างนวลที่เคลื่อนไหวชวนมอง

 

ระหว่างนั้นแม่บ้านชาวต่างชาติของธารินทร์ก็เดินเข้ามาเรียนให้เจ้านายได้ทราบซึ่งอีกฝ่ายกำลังนั่งอ่านนิตยสารอยู่

 

จัดอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้วค่ะคุณรินทร์ยามที่มณีไพรำมาสอนลูกสาวที่บ้านธารินทร์ก็จะให้เตรียมอาหารเผื่อคุณครูสาวด้วย

 

เดี๋ยวพี่ไปบอกทุกคนให้มากินข้าวเที่ยงก่อนนะแต่ยังไม่ทันที่พี่สาวจะขยับตัวลุกขึ้น ธาวิตก็เอ่ยขึ้นมาหลังจากนั้น

 

ผมไปบอกให้เองครับพี่รินแล้วร่างแกร่งในชุดลำลองก็เดินไปยังห้องนั่งเล่นพลางเปิดประตูเข้าไปบอกให้ทุกคนรับรู้

 

กินข้าวกลางวันกันเด็กๆ คุณครูมณีด้วยนะครับ

 

อุ๊ย เที่ยงแล้วเหรอคะเธอไม่รู้ว่าผ่านไปสามชั่วโมงแล้ว

 

สอนเพลินเลยใช่ไหมครับเขาชอบยามที่อีกฝ่ายยิ้มเสียจริง มณีไพรำพยักหน้าตอบรับ

 

ใช่ค่ะ เด็กๆ อย่าลืมกลับไปหัดรำท่าสอดสร้อยมาลาให้คล่องนะคะโดยเธอก็จัดการเก็บหนังสือใส่ในกระเป๋าของตนเอง ก่อนที่จะออกมากินอาหารกลางวันร่วมกับลูกศิษย์ตัวน้อย

               

ครั้นกินอาหารอิ่มแล้วมณีไพรำก็เตรียมตัวที่จะนั่งรถไปยังศูนย์วัฒนธรรมไทยเหมือนทุกครั้ง นั่นเพราะว่ากว่าเธอจะไปทำงานก็สี่โมงนั่นล่ะ จึงมีเวลาว่างหลายชั่วโมง แต่ในขณะที่หญิงสาวกำลังเดินไปยังประตูด้านหน้านั้นเสียงแตรก็ดังขึ้นทางด้านหลัง ปิ๊น... หญิงสาวเงยหน้ามองก็พบกับชายหนุ่มผู้เป็นน้าชายของลูกศิษย์น่ะเอง

 

จะกลับบ้านรึเปล่าครับคุณครูมณี

 

เปล่าค่ะฉันต้องไปหาแม่ที่ศูนย์วัฒนธรรมค่ะเธอบอกให้อีกฝ่ายได้ทราบถึงเป้าหมายของตนเอง

 

บังเอิญจังเลยครับผมจะไปทางนั้นพอดี ผมแวะไปส่งคุณครูได้ครับความจริงไม่ได้ผ่านหรอก

 

ไม่เป็นไรหรอกค่ะฉันไปเองก็ได้ค่ะ

 

คุณครูมณีรังเกียจผมเหรอครับธาวิตถามกลับไปซึ่งเขารับรู้ว่าประโยคนี้ทำให้ผู้หญิงไม่กล้าที่จะปฏิเสธตนเองอย่างแน่นอน เพราะใช้มาหลายรายแล้วมักจะได้ผลทุกครา

 

เอ่อ ฉันไม่ได้รังเกียจคุณธาวิตค่ะมณีไพรำจะรังเกียจเขาได้ยังไงกัน ทั้งหล่อแล้วก็ดูดีมากถึงเพียงนี้ ถ้าใครรังเกียจก็คงต้องไปเช็คสมองแล้วล่ะ

 

อย่างนั้นคุณครูมณีก็นั่งรถไปกับผมสิครับ ถ้าคุณครูมณีไม่ได้รังเกียจผมนี่ก็เป็นคำพูดที่เอามาทำให้สาวใจอ่อนเช่นกัน

 

คือฉันรู้สึกเกรงใจคุณธาวิตน่ะค่ะ

 

ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับผมเต็มใจไปส่งคุณครูมณีครับขณะเอ่ยนัยน์ตาของเขาก็มองไปยังวงหน้านวลอย่างไม่ละไปทางใดด้วย เธอไม่อยากหักหน้าอีกฝ่ายเพราะมันคงไม่ดีเมื่อเขามีน้ำใจกับตนเอง

 

ก็ได้ค่ะ ฉันจะยอมให้คุณธาวิตไปส่งฉัน

 

ขอบคุณมากครับคุณครูมณีเมื่อเธอไม่กล้าปฏิเสธตนเองทำให้ชายหนุ่มรู้สึกพอใจมาก เขาเปิดประตูให้เธอก้าวขึ้นมานั่งบนรถ ก่อนที่รถคันหรูจะแล่นออกไปจากบ้านหลังใหญ่

 

โดยเพียงไม่นานรถคันหรูก็ขับไปจอดยังหน้าศูนย์วัฒนธรรม มณีไพรำก็หันไปบอกเขาก่อนที่จะก้าวลงมา

 

ขอบคุณคุณวิตมากเลยนะคะที่ขับรถมาส่งฉันหญิงสาวเรียกชายหนุ่มตามลูกศิษย์ตัวน้อย

 

ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อยชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงยินดี หญิงสาวยกมือขึ้นมาโบกให้อีกฝ่ายก่อนจะก้าวเข้าไปยังด้านใน ธาวิตมองตามร่างนวลและรำพึงออกมาอย่างคาดการณ์

 

เริ่มสนิทมากขึ้นอย่างนี้ ต่อไปก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากที่จะให้เธอมาทอดร่างอยู่บนเตียงของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้หญิงที่เขาคบหาก็จะเป็นเช่นนั้นชายหนุ่มนึกอย่างมั่นใจ

 

วันอาทิตย์มณีไพรำกับเข็มปัณต์ก็ได้พาน้องๆ ที่อยู่ศูนย์วัฒนธรรมไทยฯ ไปยังโรงแรมซึ่งได้มีการจัดงานเลี้ยงส่งท่านกงสุลใหญ่ โดยท่านจะไปประจำยังประเทศอื่น บรรดาสมาคมต่างๆ ในนิวยอร์คก็ร่วมใจกันจัดงานเลี้ยงส่งให้กับท่าน ยามนี้มณีไพรำก็ช่วยน้องๆ เตรียมตัวโดยคอยดูชุดเสื้อผ้าให้กับทุกคนและคอยแต่งหน้าให้ด้วย

 

หลังจากดูทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอจึงบอกกับน้องๆ เมื่อใกล้เวลาที่จะขึ้นไปแสดงโชว์ทางด้านนอก

 

ทุกคนเตรียมพร้อมนะ

 

ทำให้เต็มที่เลยนะน้องๆมณีไพรำกับเข็มปัณต์ให้กำลังใจเด็กๆ

 

ค่ะพี่มณี พี่เข็ม

 

ต่อไปจะเป็นการแสดงโชว์นาฏกรรมลีลา เพลงค้างคาวกินกล้วย จากศูนย์วัฒนธรรมไทยนิวยอร์คค่ะโฆษกกล่าวประกาศให้ทุกคนได้ยิน

 

เพียงสิ้นคำประกาศเด็กๆ ก็พากันก้าวขึ้นไปยังเวทีด้านหน้า ด้วยชุดแสดงที่สวยงามนั่นก็คือชุดเสื้อเกาะอกสีดำกับกระโปรงแบบผ้าซิ่นสีน้ำตาลแดง โดยมีชายผ้าสีเหลืองทองยังผ้าซิ่นเพื่อใช้ในการร่ายรำ คล้ายกับค้างคาวกำลังกางปีก ทุกคนรำอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนหน้านี้เธอเองก็เคยไปแสดงโชว์ตามที่ต่างๆ เช่นกันในช่วงที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ เหมือนนึกไปถึงเมื่อหลายปีก่อนของตนเอง

 

ทางด้านของเข็มปัณต์ก็ทำหน้าที่เก็บภาพของน้องๆ ที่อยู่บนเวทีด้วยกล้องถ่ายภาพดิจิตอล ซึ่งเพียงครู่การแสดงทั้งหมดก็จบลงอย่างสวยงาม ต่างได้รับการปรบมือชื่นชมอย่างมากมาย หญิงสาวทั้งสองคอยดูแลความเรียบร้อยให้กับน้องๆ หลังจากที่รำเสร็จแล้วด้วยการพับเสื้อผ้าและเก็บของประดับอย่างเรียบร้อย บางคนก็มีผู้ปกครองมารับกลับบ้านไป จึงทำให้เธอไม่ต้องยุ่งยากในการเก็บชุดมาก

 

เมื่อจัดการทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มณีไพรำกับเข็มปัณต์ก็เตรียมที่จะกลับบ้าน ทั้งคู่เดินออกมายังด้านนอกของโรงแรมซึ่งเป็นเวลาบ่ายโมง วันนี้ทั้งสองไม่ได้ไปทำงาน กายเล็กเดินผ่านหน้าชายหนุ่มที่กำลังจะก้าวไปยังลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังลานจอดรถของตนเองที่จอดไว้ หลังจากที่เขามาคุยงานกับลูกค้าที่ห้องอาหารชั้นล่างเสร็จแล้วก็เตรียมตัวที่จะกลับบ้าน

 

วันนี้ความจริงเจเดนไม่ได้ทำงานแต่เพราะว่าลูกค้าจะต้องบินไปต่างประเทศพรุ่งนี้ ซึ่งกว่าจะกลับก็เป็นอาทิตย์ทีเดียว อาจจะทำให้การตกลงเซนสัญญาเป็นหุ้นส่วนกับค่ายหนังยืดเวลาออกไป ดังนั้นเขาจึงต้องสละเวลาพักผ่อนมาทำสัญญาให้กับลูกค้าในช่วงสาย

 

สายตารู้สึกเหมือนคุ้นๆ กับผู้หญิงสองคนเมื่อครู่นี้ จึงหันกลับไปมองด้วยความสนใจ และก็พบว่าคือหญิงสาวที่ทำให้เขาต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นไอ้บ้ากาม ไล่ปล้ำผู้หญิง

 

นั่นมันยายสิบแปดมงกุฏกับเพื่อนนี่นา

 

เจเดนเปลี่ยนใจโดยเร็วพร้อมกับรีบก้าวตามอีกฝ่ายไปให้ทัน ก่อนจะกระชากมือเรียวของหนึ่งในนั้น ไม่ต้องคาดเดาเลยว่าคนที่จับนั้นก็คือยายตัวแสบที่ทำให้เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นไอ้บ้ากามไล่ปล้ำผู้หญิง ฉันจับเธอได้แล้วมณีไพรำแสดงความตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้นด้วยการหันกลับไปมอง แล้วก็พบว่าเป็นคนที่ตนเองอยากหนีออกไปให้ห่างมากที่สุด

 

ปล่อยฉันนะ

 

หญิงสาวพยายามดิ้นรนให้พ้นการจับกุม เข็มปัณต์ได้ยินเสียงเพื่อนจึงทำท่าตกใจไม่คิดว่าจะเจอกับผู้ชายคนนี้อีก จึงช่วยเหลือเพื่อนด้วยการใช้มือทุบไปยังร่างของเจเดนไม่หยุด ซึ่งมณีไพรำก็ช่วยเพื่อนทำร้ายเขาเช่นกันจนนักธุรกิจหนุ่มต้องยกมือขึ้นมาป้องกันตัวเอง แต่อีกมือหนึ่งก็ยังไม่ยอมปล่อยมือของยายตัวแสบ เข็มปัณต์จึงต้องใช้ไม้ตายสุดท้ายด้วยการกำหมัดและต่อยไปยังท้องเขาอย่างไม่แรงเท่าใดนัก

 

หากทว่าก็ทำให้เจเดนจุกได้เหมือนกัน มือใหญ่คลายออก มณีไพรำเห็นเขากำลังเจ็บอยู่จึงมองหาอย่างอื่นที่จะทำให้อีกฝ่ายตามตนเองกับเพื่อนไม่ได้ เธอมองเห็นกระป๋องใส่ขยะของพ่อค้าขายไส้กรอก มือเรียวหิ้วขึ้นมาทันทีโดยบอกกับพ่อค้าที่ยืนอยู่ไมไกล

 

ขอยืมก่อนนะคะ

 

เมื่อพูดจบประโยคที่ว่าก็จัดการคว่ำมันลงไปยังศีรษะของผู้ชายเบื้องหน้าทันที โครม! ก่อนจะฉุดมือของเข็มปัณต์ให้วิ่งหนีออกไปจากที่นี่โดยเร็ว      เจเดนยกกระป๋องขยะออกจากร่างและเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ใยดี ก็พบว่าร่างเปียกและมีเศษเนื้อบางส่วนบนศีรษะและตัวเขา สภาพดูไม่จืดเอาเสียเลย

 

ชุดสูทที่ดูเท่กลับกลายเป็นเละเทะไม่มีดี นัยน์ตาของเจเดนเต็มไปด้วยความโกรธ บอกด้วยน้ำเสียงแค้นใจ ได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็กที่วิ่งหนีไปไกล

 

ยายตัวแสบฉันจะต้องจับเธอกับเพื่อนเข้าคุกให้ได้

 

ทุกคนต่างมองมายังชายหนุ่มใบหน้าหล่อซึ่งเคยมีแต่คนอยากเข้าใกล้ แต่ตอนนี้เห็นทีคงมีแต่คนอยากออกห่างเพราะตัวเหม็นไปหมด พลางใช้มือปัดเศษเนื้อไส้กรอกที่อยู่บนกายออกไปด้วยสีหน้าที่รู้สึกแย่อย่างมาก

 

ทางด้านของมณีไพรำกับเข็มปัณต์ก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหอบหลังจากที่วิ่งหนีไปได้ไกลพอควร มือเรียวจับไปยังเข่าของตนเองและค้อมตัวต่ำลงมา ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยมากเท่ากับการวิ่งหนีผู้ชายคนนี้เลย

 

เกือบไป... แล้วไหมล่ะ มณีเข็มปัณต์พูดอย่างไม่ต่อเนื่องพร้อมกับหายใจอกสะท้อนขึ้นลงด้วย

 

ใช่น่ะสิเข็ม ถ้าเธอไม่อยู่นะสงสัยฉันคงโดนตานั่นจับตัวไปส่งตำรวจแน่เลยวงหน้านวลและแผ่นหลังชื้นไปด้วยเหงื่อ พลางใช้มือปัดเส้นผมที่ตกปรกลงมายังด้านหน้าด้วย

 

เงินแค่ไม่เท่าไรจะเสียดายอะไรนักนะ ทำยังกับว่าตัวเองไม่เคยจ่ายให้ผู้หญิงฟรีๆ อย่างนั้นล่ะให้ทายเลยนะคงมีแต่ผู้หญิงมาหลอกกินตานั่นเยอะแน่ๆ

 

ฉันก็ว่าอย่างนั้น แต่ทำไมต้องซวยมาเจอกับตานี่ถึงสองครั้งก็ไม่รู้ นิวยอร์คก็อย่างกว้างดันวนมาเจอกันได้กายระหงเดินไปทรุดยังม้านั่งที่อยู่ข้างทางด้วยความเหนื่อย

 

ใครเขาอยากจะหลอกกันล่ะถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่อยากทำหรอก งกจริงๆ เงินแค่นี้ถึงขนาดจะจับส่งตำรวจเข็มปัณต์ต่อว่าชายหนุ่มรูปหล่อ

 

 

นั่นสิหวังว่าจะไม่ต้องเจออีกนะ ครั้งก่อนฉันก็วิ่งหนีแบบนี้ล่ะเกือบถูกจับได้เหมือนกัน หวังว่าคงจะไม่มีรอบสามอีกนะ ถ้าเจออีกล่ะก็แปลว่าฉันนี่ซวยสุดๆ เลย ถ้าฉันเก็บเงินได้ล่ะก็จะรีบเอาเงินไปคืนให้หมดเลยจะได้ไม่ต้องมาคอยตามวิ่งไล่อีก เข็ดแล้วฉันจะไม่ยอมหลอกลวงคนอื่นเพื่อเงินอีกแล้วครั้งเดียวพอศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมนุ่มสลวยเอนพิงกับพนักเก้าอี้ทางเบื้องหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง


จำนวนความคิดเห็นทั้งหมด : 26
1
รูปประจำตัว
Cristiane
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 1
20/7/2558 8:13:00
I thoghut finding this would be so arduous but it's a breeze!
รูปประจำตัว
Johnf125
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 2
11/5/2560 20:26:00
Some truly select blog posts on this web site , saved to fav. eebbddedbbee
รูปประจำตัว
Pharmd29
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 3
13/5/2560 17:30:00
Hello!
รูปประจำตัว
Pharmd535
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 4
14/5/2560 23:38:00
Hello!
รูปประจำตัว
Pharma534
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 5
17/5/2560 12:00:00
Hello!
รูปประจำตัว
Pharmc996
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 6
18/5/2560 18:04:00
Hello!
รูปประจำตัว
Pharma677
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 7
20/5/2560 0:19:00
Hello!
จำนวนความคิดเห็นทั้งหมด : 26
1

แสดงความคิดเห็น หัวข้อ : ตอน 2
* ชื่อ :
เช่น John
ไอคอน :
ความคิดเห็น :
อีโมชั่น :



ไฟล์ : แนบไฟล์ แนบไฟล์
Captcha :
captcha
  Enter Characters
แสดงความคิดเห็น
 
Online:  46
Visits:  884,561
Today:  1,272
PageView/Month:  26,734